Interviews

ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน

ของ อ. สุรัตน์ จงคา

ครูไก่-ดร.สุรัตน์ จงดา ครูชำนาญการ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการผลิตโขนพระราชทาน คุ้นเคยกับผ้าไหมไทยมาตั้งแต่ยังเด็ก  “เราเกี่ยวข้องกับผ้าไทยอยู่แล้ว เป็นคนชนบท ยายกับย่าและอาก็ทอผ้าที่ขอนแก่น ก็จะเห็นวิถีชีวิตผ้าไหมอยู่แล้ว แต่ตอนเป็นเด็กผู้ใหญ่ก็ยังไม่ให้ใช้ จะได้ใช้หน่อยก็คือโสร่งไหม ผ้าขาวม้าไหมเวลามีงานสำคัญ แต่เราได้เห็นผ้าอะไรต่างๆ ซึ่งในวิถีชีวิตใช้เยอะมาก”

เมื่อเข้าเรียนนาฎศิลป์ อาจารย์จึงมีโอกาสใช้ผ้าไทยมากขึ้น “พอเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ ในการแสดงจะต้องเกี่ยวกับผ้าตลอด ตั้งแต่เรียนที่กาฬสินธุ์มาจนเรียนต่อที่วิทยาลัยนาฏศิลป์กรุงเทพ ความเป็นศิลปวัฒนธรรมจะต้องใช้ผ้าเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ผ้าพื้นบ้านเช่นผ้าแพรวา ผ้าซิ่น โสร่ง ผ้าขาวม้า แสดงวิถีชีวิตพื้นบ้าน พอเราโตขึ้นมาถึงกรุงเทพ ผ้าก็แสดงความเป็นอัตลักษณ์ เราชอบย่าม ย่ามลายขิต ย่ามอีสาน ผ้าที่ใช้ในการแสดงและใส่ด้วย เป็นเอกลักษณ์ของเราก็เลยชอบผ้าไทยตั้งแต่นั้นมา ภายหลังก็มาทำงานในมูลนิธิศิลปาชีพก็ยิ่งใช้ผ้าไทย”

อาจารย์นำแบบ “เสื้ออย่างน้อย” ที่เป็นเสื้อไทยโบราณมาปรับใช้ “ชุดที่ใส่ประจำวันส่วนใหญ่เป็นผ้าไหมศิลปาชีพ เลือกแบบชอบและสีที่เหมาะกับผู้ชาย หาแบบเสื้อที่ดูดีๆ ตามวาระโอกาสงาน จะมีสามลักษณะ หนึ่ง ตัดเชิ้ตหรือเสื้อคอตั้งแบบไทยลำลอง สองเสื้ออย่างน้อย เป็นเสื้อโบราณ ตัดเข้าเอวใช้มาตั้งแต่อยุธยา เสื้ออย่างน้อย ในหนังสือเรื่องผ้าไทยของสมิธโซเนี่ยน  จะมีเสื้ออย่างน้อย แล้วก็เห็นของโบราณในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เราก็มาปรับปรุงแพทเทิร์นกับเพื่อน อาจารย์พีรมณฑ์ ชมธวัช ตัดเสื้ออย่างน้อยใส่ ความหมาย อย่างน้อย แปลว่า อย่างลำลอง ในสาสน์สมเด็จ เสื้ออย่างใหญ่คือเสื้อครุย เสื้ออย่างน้อยคือเสื้อลำลอง แต่งอย่างไม่เป็นทางการ แพทเทิร์นมีมาตั้งแต่อยุธยา มาเลิกใช้ในสมัยรัชกาลที่สี่ เสื้ออย่างน้อยก็ตัดด้วยผ้าแพรจีนบ้าง ผ้าอัตลัตบ้าง มาจากอินเดีย ผ้าเข้มขาบ มาจากอินเดีย แต่ตัวเราในยุคปัจจุบันเราเอามาตัดโดยใช้ผ้าไหมศิลปาชีพตัด”

“ผ้าที่ใช้ก็เป็นไหม ถ้ามัดหมี่ต้องดูสีดูลาย เลือกสีสุภาพหน่อยไม่ใช่สีผ้าถุงผู้หญิงนุ่ง หรือใช้ผ้าลายริ้วแบบสุรินทร์ ผ้าหางกระรอกคือการตีเกลียวสองสีเข้าด้วยกันฟั่นเป็นเกลียว จะทำให้เกิดสีที่เหลือบ อยู่ในเนื้อเดียวกัน เอามาใช้ตัดเสื้อ เป็นผ้านุ่งก็ได้แล้วชอบนุ่งโจงกระเบนไปออกงาน เราก็เลือกผ้าที่เหมาะสำหรับผู้ชายใส่ ก็ดูด้วยว่าใส่ออกงานอะไร”

“ถ้าใส่ไปทำงานปกติจะเป็นเชิ้ตคอจีนตัดด้วยผ้าไหมธรรมดา ถ้าใส่ไปงานเป็นทางการนิดหนึ่ง อยากจะเท่ๆ ก็เอาเสื้ออย่างน้อยใส่ ถ้าใส่งานทางการจริงจังก็ตัดเป็นราชปะแตน  จะมีสามแบบที่ใส่อยู่เป็นประจำ ตัดสูทบ้าง ผ้าไหมศิลปาชีพตัดสูท น้าตัดให้”

แม้ลวดลายไทยและผ้าไทยจะเป็นที่ยอมรับแพร่หลาย แต่การสืบทอดผ้าไทยในยุคปัจจุบันก็ยังมีปัญหาและอุปสรรค “ปัญหาสำคัญคือ พอมาถึงมือคนที่สามที่สี่ พอจำหน่าย จะแพงเกินกว่าเด็กรุ่นใหม่จะซื้อมาใส่ ซื้อเสื้อโรงงานทั่วไปถูกกว่า ถ้าไม่ใช่คนรักจริงๆ เขาก็ไม่อยากซื้อผ้าไหมสามพันสี่พัน”

“ผ้าเส้นใย การย้อมสีธรรมชาติ ช่วยธรรมชาติจริงแต่คุณภาพไม่เสถียร บางทีเส้นใยถูกอากาศหรือน้ำ ก็ด่างหรือเหลืองได้ สมัยโบราณเวลาด่างเขาจะย้อมทันที และมีการลงแป้ง เขารักษาผ้าอย่างดีนะคนโบราณ”

ด้วยราคาที่สูงและต้องดูแลรักษา หลายคนจึงใส่ผ้าแบบไทยที่ไม่ใช่ผ้าไทย “ต้องฝากนิดนึงสงสารคนที่ดูไม่เป็นซื้อไม่เป็น ผมเคยตั้งคำถามว่า รัฐบาลสนับสนุน ให้ข้าราชการคนไทยใส่ผ้าไทย แต่ให้ใส่เพื่อช่วยชาวบ้านหรือเพื่อช่วยโรงงาน เพราะที่ซื้อๆ กันไปที่คุณหญิงคุณนายซื้อใส่ มันเป็นผ้าโรงงาน หรือบางที ไปเจอผ้าใยสังเคราะห์ผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ทำจากโรงงานไม่ได้ตกถึงชาวบ้าน”

“มีวันหนึ่งได้รับเชิญไปงานสำคัญที่ทุกคนต้องแต่งผ้าไทยไป ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แต่งผ้าไทยไป เราก็ไปตัดผม ข้างทางก็มีคุณยายขายลูกอม แก่มากเลยผมขาว หน้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เรามองปุ๊ปเรารู้เลยว่าคุณยายคนนี้มาจากสุรินทร์ เพราะคุณยายใส่ผ้าโฮล ใส่เสื้อลูกไม้สีขาวนุ่งซิ่นหมี่โฮลสุรินทร์ แล้วเราก็ไปงานอันมีเกียรติหรูหราของรัฐบาล ในงานนั้น ข้าราชการแต่งชุดไทย แต่ถ่ายรูปเลยร้อยละห้าสิบถึงหกสิบใส่ผ้าพาหุรัดที่เป็นโพลีเอสเตอร์ลวดลายไทย ไหมเทียม ไม่ใช่ผ้าไทยที่ชาวบ้านทอ”

“หลายครั้งที่เราเห็นคนบอกใส่ผ้าไทยชุดไทยแต่เป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์หรือผ้าทอจากโรงงาน คนขายบอกผ้าไทยเพราะพิมพ์ลายไทยหรือทอลายไทยแต่ไม่ใช่ชาวบ้านทอ ตามโรงเรียนก็เหมือนกัน ทุกวันพฤหัสต้องใส่ผ้าไทย ซื้อมาเป็นผ้าโรงงานทั้งนั้น”

“ปัญหาอีกข้อในวงการผ้าไทยคือบ้านเราเองไม่มีคนทอผ้าแล้ว ย่าตายอาแก่แขนหักเด็กรุ่นใหม่เรียนหนังสือหมด เมื่อก่อนอยู่ขอนแก่น บ้านเราอยู่ในสวน ตรงนี้เป็นแปลงหม่อนของย่า ตรงโน้นสวนยายล้อมด้วยต้นกล้วย ตรงกลางเป็นแปลงหม่อนของยาย”

“ตอนนี้เลิกเลี้ยงหม่อน ใต้ถุนบ้าน ทอใส่บ้างขายบ้าง ทอไว้เป็นของไหว้ของสมาในงานแต่งงาน ก็ทอกันไปโสร่งไหมอย่างนี้ ปัจจุบันทอน้อยลง เกือบไม่มีแล้ว เหลือสามสี่คนที่มัดหมี่ ครูถึงบอกว่าประสบปัญหา อย่างท่านอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ทอผ้ายกที่สุรินทร์เขาสั่งมาเยอะแต่ทำไม่ทันเพราะคนไม่ทอ พอถึงหกสิบเขาก็ไม่ทอ คนรุ่นใหม่ไม่เข้าสู่ระบบทอผ้า ก็จะเป็นปัญหาต่อไปในภายหน้า”

วิธีหนึ่งที่อาจารย์พยายามอนุรักษ์ลวดลายและผ้าไทย คือการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และออกแบบเป็นเสื้อผ้าสมัยใหม่ อย่างเช่น เสื้อลวดลายหน้าราหู ที่มาจากเสื้อเสนากุฎ และเสื้อที่ตัดเย็บจากผ้าไทยชนิดต่าง ๆ ทั้งชุดลำลองและทางการ “เราเอางานไทยโบราณไปใส่ในเสื้อร่วมสมัย คนใส่ง่ายกว่าวัยรุ่นใส่ง่ายกว่าก็ฮิตขึ้นมา เราจะทำยังไงให้คนสมัยใหม่ใส่แล้วไม่เชย เกิดความรัก ก็คืองานดีไซน์ หาแบบที่เหมาะกับตัวเรา”

 

เรื่องโดย ซัมเมอร์