Articles

Wealth Management

BigSmile World

มองหานักเขียนจากทางบ้าน เพื่อแชร์เรื่องสั้นตามความถนัด

ติดต่อเพื่อส่งเรื่องของคุณ และพูดคุยกับทีมงาน

ปัญหาชีวิตหลังความตาย ถ้าไม่วางแผนมรดก

มีใครทราบบ้างครับว่า “ชีวิตหลังความตาย” ของเราจะเป็นยังไง ? บ้างก็บอกว่าขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่เราทำในชาตินี้ แต่คงไม่มีใครทำให้เราเห็นภาพนั้นได้อย่างชัดเจนจนเชื่อได้ 100% หรอกใช่มั๊ยครับ ?

แต่ถ้าถามว่า... “ชีวิตของครอบครัวของเรา” หลังความตายของเราจะเป็นยังไง ? (อาจจะดูแรงไปหน่อย แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านี่คือ “ความจริง” ของมนุษย์) ภาพนี้คงมองเห็นได้ง่ายกว่าและขึ้นอยู่กับ “สิ่งที่เราทำ” และ “สิ่งที่เรามี” ในตอนนี้

หนึ่งในเรื่องของการวางแผนการเงิน คือ การวางแผนการส่งมอบมรดก ซึ่งเป็น “สิ่งสำคัญมาก” ที่หลายคนละเลย บางคนคิดว่ายุ่งยาก บางคนคิดว่ายังไม่ถึงเวลา อืม...แล้วตอนไหนคือเวลาที่ “ใช่” แต่ยังไงมันก็ต้องเป็นเวลาก่อนที่ลมหายใจจะหยุดลง แล้วมีใครที่ตอบได้ว่า “เวลานั้น” กับ “วันพรุ่งนี้” อะไรจะมาถึงก่อนกัน

ลองมาดูกันครับว่าจะเกิดปัญหาอะไรบ้างถ้าเราหยุดหายใจก่อนที่จะได้วางแผนมรดก

หาเอกสารกันวุ่นวาย
สิ่งที่ครอบครัวจะต้องหาหลังการจากไปของหัวหน้าครอบครัว คือ ค้นหาเอกสารที่แสดงสิทธิ์การครอบครองทรัพย์สินต่างๆ เช่น โฉนดที่ดิน เอกสารแสดงสิทธิ์ในหลักทรัพย์ต่างๆ (หุ้น กองทุน ฯลฯ) สมุดบัญชีเงินฝาก และอื่นๆอีกมากมาย เพราะบางคนไม่ได้รวบรวมเอกสารเหล่านี้ไว้ในที่เดียวกัน จนบางครั้งแม้แต่ตัวเองยังนึกไม่ออกว่าเก็บไว้ที่ไหน แต่บางคนเก็บไว้ในตู้เซฟที่ตัวเองเท่านั้นที่รู้รหัส ลองนึกดูนะครับว่าตอนนั้นครอบครัวจะวุ่นวายกับการหาสิ่งเหล่านี้ขนาดไหน การจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบและทำบัญชีทรัพย์สินเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งครับ

เสียเวลากับกระบวนการทางกฎหมาย
การจัดการแบ่งมรดกกรณีที่เราไม่ได้มีการจัดการอะไรเอาไว้เลย ทรัพย์สินต่างๆจะถูกส่งมอบไปยัง “ทายาทโดยธรรม” ตามกฎหมาย ซึ่งก็จะต้องมีผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล หากในบรรดาทายาทสามารถคุยกันได้ก็จะลดระยะเวลาลงได้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็คงจะยืดเยื้อไปอีกแน่นอน อย่าลืมนะครับว่าครอบครัวยังมีค่าใช้จ่ายที่ยังคงวิ่งอยู่ทุกวันทุกเดือน แต่ถ้าทรัพย์สินต่างๆรวมถึงบัญชีเงินฝากยังคงติดอยู่กับขั้นตอนทางกฎหมายก็คงจะเกิดปัญหาไม่น้อยเลยทีเดียว การปรึกษานักกฎหมายเพื่อจัดทำ “พินัยกรรม” จะช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ได้เยอะมาก

หนี้สินยังเหลือ
“มรดก” ตามกฎหมายไม่ได้มีเฉพาะ “ทรัพย์สิน” แต่ยังรวมถึง “หนี้สิน” ต่างๆที่เจ้ามรดกมีอยู่ก่อนที่จะเสียชีวิต ถ้าหนี้ยังมีอยู่ก็ต้องเป็นภาระให้ครอบครัวมาชดใช้ ถ้ามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินมากๆก็ไม่มีปัญหามากนัก แต่ถ้าหนี้ยังเยอะอยู่และมรดกที่เป็นเงินสดมีไม่พอก็จะต้องขายทรัพย์สินอื่นๆมาใช้หนี้ และทรัพย์สินบางอย่างก็ไม่สามารถขายออกได้รวดเร็วทันใจนัก ลองมองดูตัวเราเองนะครับว่าหนี้สินที่เรายังต้องผ่อนอยู่ทุกเดือนในตอนนี้เป็นภาระกับเราแค่ไหน ถ้ารู้สึกว่าเรายังเหนื่อยหรือต้องประหยัดเพื่อให้มีเงินเหลือมาใช้หนี้ คงไม่ต้องคิดเลยนะครับว่าถ้าขาดเราไปแล้วครอบครัวจะต้องรับภาระหนักขนาดไหน อย่าโยนความรับผิดชอบนี้ให้ครอบครัวในเวลาที่พวกเขายังไม่พร้อม การทำประกันคุ้มครองภาระหนี้สินเอาไว้เป็นทางเลือกที่ดีและง่ายที่สุดครับ

เงินสดมีน้อย
หลายคนมี บ้าน รถ ที่ดิน คอนโด และทรัพย์สินอื่นๆมากมาย แต่ในส่วนที่เป็นเงินสดและบัญชีเงินฝากหรือทรัพย์สินสภาพคล่องมีอยู่น้อยมาก นักธุรกิจหลายคนมีเงินสดแต่ต้องใช้หมุนเวียนอยู่ในกิจการ ไม่สามารถเอาออกมาเป็นค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้ ในวันที่จากโลกนี้ไปแบบกะทันหันครอบครัวเดือดร้อนแน่นอนครับ เพราะต้องรีบขายทรัพย์สินต่างๆเพื่อให้ได้เงินสดมาใช้จ่ายประจำวัน บอกเลยครับว่าเงินสดก้อนนี้เป็น Serious Money ของครอบครัว เราควรเตรียมมรดกส่วนนี้ให้เพียงพอ อย่างน้อยก็ต้องให้ครอบครัวมีเวลาตั้งหลักสัก 5-10 ปีนะครับ หากทรัพย์สินในส่วนนี้ยังมีไม่มาก การสร้างมรดกเงินสดด้วยการทำประกันชีวิตน่าจะเป็นวิธีที่ควรให้ความสนใจเป็นอันดับแรก

“เวลานั้น” กับ “วันพรุ่งนี้” อะไรจะมาถึงก่อนกัน ?
ถ้าคำตอบคือ “วันพรุ่งนี้” คุณยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 1 วัน
ถ้าคำตอบคือ “เวลานั้น” วันนี้คือวันสุดท้ายที่มีโอกาสวางแผน
แต่ถ้าคำตอบคือ... “ไม่รู้” ผมเชื่อว่าคุณรู้แล้วว่า วันนี้คุณจะต้องทำอะไร

 

เรื่องโดย พัชภัคกร สุรรัตน์ : Financial Advisor
Facebook : www.facebook.com/financial.sabai

กลับสู่หน้าหลัก