Articles

Wealth Management

BigSmile World

มองหานักเขียนจากทางบ้าน เพื่อแชร์เรื่องสั้นตามความถนัด

ติดต่อเพื่อส่งเรื่องของคุณ และพูดคุยกับทีมงาน

ชีวิตคนเรา... ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

หลายครั้งชีวิตก็สุขสุดๆ แต่บางครั้ง ก็ต้องปาดเหงื่อปาดน้ำตากันเลยทีเดียว

ช่วงที่มีความสุขก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ช่วงที่ชีวิตต้องพบกับวิกฤต ตกงาน อุบัติเหตุ เจ็บป่วย ธุรกิจมีปัญหา สารพัดเหตุการณ์ที่ทำให้รายได้ขาดช่วง แล้วจะทำยังไงกันดี จะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย ค่าผ่อนบ้านจะมีไม๊ ไหนจะค่าน้ำค่าไฟ ลูกเมียจะมีอะไรกิน

อย่าคิดว่าผมเว่อร์ไปนะครับ ใครที่ไม่เคยเจอวิกฤตชีวิตหนักๆจะไม่มีวันเข้าใจจริง ๆ และมันอาจเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน แต่...The show must go on ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป จริงไม๊ครับ? แล้วจะทำยังไงดี?... ไม่อยากหยิบยืมใคร ไม่อยากกู้หนี้ยืมสิน ไม่อยากให้เงินติดล้อ ไม่อยากขายทรัพย์สิน ถ้าไม่ได้มีการเตรียมตัวและวางแผนมาก่อนก็อาจต้องใช้วิธีเหล่านี้ จากชีวิตที่แย่อยู่แล้วอาจยิ่งแย่ลงไปอีก แต่ถ้าได้วางแผนกันเงินสำรองไว้ก่อนแล้วก็คงสามารถใช้ชีวิตตามปกติต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง พอมีเวลาตั้งสติและแก้ปัญหา

สิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับแรก คือ...

"Basic Liquidity หรือ การสำรองสภาพคล่อง"
เราจะต้องทำการสำรองเงินไว้ก้อนหนึ่งเผื่อไว้หากเกิดเหตุกาณ์ฉุกเฉินที่อาจทำให้เราต้องใช้เงินด่วนหรือทำให้เราขาดรายได้ แต่จะกันไว้เท่าไหร่ดี? หลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้าน? คงจะบอกแบบเหมารวมไม่ได้เพราะแต่ละคนก็มีความจำเป็นทางการเงินต่างกัน โดยปกแล้วจะแนะนำให้กันเงินในส่วนนี้ไว้ "3-6 เท่า ของรายจ่ายต่อเดือน" ครับ

เราจะต้องตรวจสอบดูเลยว่าเรามี "ค่าใช้จ่ายประจำ" ที่จะเกิดขึ้นทุกเดือนทั้งหมดเป็นเงินเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารการกิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ ค่าเรียนพิเศษของลูก ค่าน้ำมันรถ ฯลฯ เอามาให้ครบนะครับ

สมมุติว่าเรามีรายได้เดือนละ 50,000 บาท และมีรายจ่ายเดือนละ 30,000 บาท ก็ควรกันเงินก้อนนี้ไว้ที่ 90,000-180,000 บาท

หากมีอันต้องออกจากงานก็ยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ต่อไปอีก 3-6 เดือน ใช้เวลานี้ในการหางานหรือแหล่งรายได้ใหม่ ไม่ต้องไปหยิบยืมหรือพึ่งพิงใคร แต่หากงานของเราเป็นงานที่ไม่อาจหาที่ทำงานใหม่ได้ง่ายนักก็อาจพิจารณาสำรองเงินส่วนนี้ไว้มากกว่านี้ อาจเป็น 9 หรือ 12 เท่าก็ไม่ผิดกติกานะครับ

แล้วจะเก็บเอาไว้ที่ไหน?

เก็บไว้ในที่ ๆ ปลอดภัยและสามารถหยิบออกมาใช้ได้ง่ายๆไวๆ เช่น ฝากธนาคาร เราสามารถไปกด ATM ออกมาใช้ได้สะดวก หรือ กองทุนรวมตลาดเงิน หากต้องการใช้ก็ขายคืนหน่วยลงทุนและจะได้รับเงินเข้าในบัญชีภายใน 1-2 วัน ทำการ แน่นอนว่าทั้ง 2 แหล่งไม่ได้ให้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่มากนัก ไม่ต้องคิดมากครับ เพราะว่าวัตถุประสงค์ของเงินก้อนนี้ไม่ใช่ผลตอบแทน แต่เป็น "สภาพคล่องกรณีฉุกเฉิน" ครับ

ถ้าสำรองไว้น้อยไปก็อาจไม่เพียงพอในกรณีที่ต้องใช้เงิน แต่ถ้ามีไว้มากไป ส่วนที่เกินความจำเป็นก็ได้รับผลตอบแทนน้อยมาก กลายเป็น "เงินขี้เกียจ" หรือ Lazy Money ไป

ลองสำรวจแผนการเงินของเราดูนะครับว่าเรามัวแต่ทำในส่วนอื่นแต่ลืมที่จะสำรองสภาพคล่องกันหรือเปล่า

ถ้าได้เตรียมไว้แล้ว... คุณมาถูกทางแล้วครับ

แต่ถ้ายังไม่ได้เตรียมหรือยังมีไม่ครบ... รีบจัดการเลยครับ

แผนทางการเงินจะมั่นคงถ้าเราทำถูกวิธีและถูกขั้นตอนนะครับ

 

เรื่องโดย พัชภัคกร สุรรัตน์ : Financial Advisor
Facebook : www.facebook.com/financial.sabai

กลับสู่หน้าหลัก