Articles

Wealth Management

BigSmile World

มองหานักเขียนจากทางบ้าน เพื่อแชร์เรื่องสั้นตามความถนัด

ติดต่อเพื่อส่งเรื่องของคุณ และพูดคุยกับทีมงาน

กองทุนรวม 4 ประเภท ที่คนส่วนใหญ่ลงทุน

กองทุนรวมในตลาดมีมากมายจนจำกันไม่หมด หลายคนก็ยังสับสนเวลาจะซื้อว่าจะลงในกองทุนประเภทไหนดี และแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร

ถ้าแบ่งประเภทกองทุนตามความเสี่ยงก็จะมีอยู่ 8 ระดับความเสี่ยง แต่กองที่มีผู้ซื้อกันส่วนใหญ่จะมีอยู่ 4 ประเภท มาทำความเข้าใจกันดีกว่าครับว่าทั้ง 4 ประเภทนี้เป็นอย่างไร

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)
เป็นการนำเงินไปลงทุนในพวก ตั๋วเงินคลัง บัญชีเงินฝาก ตราสารหนี้ที่อายุสั้นๆ กองประเภทนี้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่ผลตอบแทนก็ต่ำสุดๆเช่นกัน หลายคนเอาเงินไปเก็บไว้ในกองประเภทนี้แล้วลืม มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าเงินมันแทบจะไม่โตเลย จริงๆกองทุนรวมตลาดเงินมักใช้สำหรับเป็นที่พักเงินเพื่อรอการนำไปลงทุนประเภทอื่น หรืออาจเป็นแหล่งเก็บเงินที่มีไว้สำรองกรณีฉุกเฉินเพราะสามารถได้เงินจากการขายคืนได้รวดเร็วที่สุด

กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund)
สินทรัพย์ที่มักจะพบในพอร์ตของกองทุนประเภทนี้ก็จะเป็น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หรือตราสารหนี้ที่เป็นระยะกลางถึงยาวแล้วแต่นโยบายของกองทุน บางกองก็อาจมีการเพิ่มช่องทางไปลงทุนในหุ้นกู้เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น แน่นอนว่ากองเหล่านี้จะมีความเสี่ยงต่ำ ส่วนผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อ เหมาะกับการเป็นที่เก็บเงินสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อยแต่ต้องการรักษามูลค่าของเงินไม่ให้ถูกเงินเฟ้อกัดกิน หรือหลายคนอาจนำมาเป็นเครื่องมือในการปรับจูนระดับความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนของตัวเอง

กองทุนรวมผสม (Balanced Fund)
ฟังแล้วอาจนึกถึงรถยนต์ Hybrid ที่ใช้ทั้งระบบไฟฟ้าและนำมัน กองทุนประเภทนี้จะลงทุนทั้งในตราสารหนี้และตราสารทุน แต่สัดส่วนของตราสารทุนจะอยู่ระหว่าง 35-65% ความเสี่ยงอยู่ประมาณกลางๆ ผลตอบแทนส่วนใหญ่ก็สูงกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ แต่น้อยกว่ากองทุนรวมตราสารทุน แต่ก็ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับจังหวะและความสามารถของผู้จัดการกองทุนด้วยนะครับ

กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund)
กองทุนลักษณะนี้จะลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของสินทรัพย์ในพอร์ตทั้งหมด ส่วนจะลงทุนในหุ้นลักษณะใดบ้างก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุน มีทั้งแบบ Passive Fund คือให้ผลตอบแทนล้อไปกับดัชนีที่อ้างอิง เช่น SET SET50 เป็นต้น และยังมีแบบที่เรียกว่า Active Fund ซึ่งมีนโยบายให้ผลตอบแทนชนะดัชนีอ้างอิง แบบนี้ก็ต้องใช้ความสามารถของผู้จัดการกองทุนกันหน่อยนะครับ ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นมา แต่ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่า 3 ประเภทแรกด้วยเช่นกัน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ก็จัดอยู่ในประเภทนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนไหนหรือประเภทใด ควรรู้วัตถุประสงค์ของการลงทุนรวมถึงศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

สุดท้าย...การลงทุนมีความเสี่ยง แต่จะเสี่ยงกว่าถ้าไม่รู้จักลงทุน และเสี่ยงที่สุดคือการลงทุนโดยไม่มีความรู้ครับ

 

เรื่องโดย พัชภัคกร สุรรัตน์ : Financial Advisor
Facebook : www.facebook.com/financial.sabai

กลับสู่หน้าหลัก