เรื่องน่าอ่าน

a Smile Story ทางบ้านฝากให้ยิ้ม

ใครชอบหน้าหนาวยกมือขึ้น

“หนาวเนื้อห่มเนื้อ จึงหายหนาว
หนาวราวอกร้าว ห่มอกหาย
หนาวรักห่มรัก อุ่นรักสบาย
หนาวคลายเพราะห่ม ที่สมกัน…”

เพลงหนาวเนื้อ ที่ร้องโดยอาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา มักดังแว่วเข้ามาให้หัวของผม เมื่อร่างกายปะทะลมเย็นของเช้าแห่งต้นเดือนพฤศจิกายน แม้เราจะพูดกันว่า ภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนไป แต่สำหรับผมแล้ว ถึงยังไงประเทศไทยก็ยังมีหน้าหนาวเสมอ หากคืนไหนผมมีอันต้องพาตัวเองกลับบ้านในเวลาดึกดื่น เมื่อลงจากรถแล้วได้กลิ่นดอกพญาสัตบรรณ (จากบ้านคนอื่น) ลอยมาให้ดอมดม จิตใจของผมจะเข้าสู่ภาวะแห่งความรื่นเริงหรรษาทันที เพราะเดาได้เลยว่า เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นจะมีลมหนาวของปีนั้นมาปะทะร่างผมเบา ๆ 

หน้าหนาวสำหรับผมมักเริ่มจากเทศกาลลอยกระทง ผมนิยมชมชอบงานลอยกระทงเป็นอย่างมาก สมัยยังเด็กและไม่มีแฟน ผมได้แต่นั่งมองหนุ่มสาวแถวบ้านเดินจูงมือถือกระทงไปลอยที่คลองกันเป็นคู่ ๆ แม้แต่หนุ่มคนงานร้านปะยางหน้าบ้านผมที่ในทุก ๆ วัน ผมจะเห็นพี่แกทำงานหน้าตามอมแมมเคร่งเครียด แต่พอตกคืนวันลอยกระทงปั๊บ แกจะแต่งตัวหล่อแปลก ๆ ปะแป้งพรมน้ำหอมควงสาว (ลูกจ้างร้านข้าวแกงหลังถัดไป) เดินผ่านหน้าผมไปอย่างมีความสุข คืนวันลอยกระทงสำหรับคู่รักมันช่างดำเนินไปอย่างยาวนาน ผมเข้าใจก็เมื่อโตเป็นหนุ่มและมีสาวกะเค้ามั่ง เราสนุกสนานวุ่นวายตั้งแต่ตอนสายของวันนั้น เพื่อเลือกว่าเราจะซื้อกระทงหน้าตาแบบไหนดี จนถึงคราวนี้จะไปลอยที่ไหน จะใส่เสื้อกางเกงตัวไหนไป และความเบิกบานทั้งหมดทั้งมวลเป็นอันจบสิ้นลงเมื่อสิ้นเสียงแม่ตะโกนมาจากในครัวว่า “เอ็งจะไปลอยกระทงใช่มั้ยคืนนี้ พาน้องไปด้วยสิ มันอยากไปดูไฟ” ผมต้องใช้ความพยายามในการดับความพลุ่งพล่านของฮอร์โมนวัยหนุ่มอย่างมากมายในการพาน้องชายไปเที่ยวงานวันลอยกระทงด้วย แต่ก็ไม่นานนักเมื่อน้องชายเริ่มโต และเริ่มมีแฟนกะเค้าด้วยอีกคน ทีนี้เรา 4 คนก็พากันไปงานลอยกระทงอย่างมีความสุข...จบบริบูรณ์

เทศกาลงานหน้าหนาวถัดมาของผม คืองานวัดที่จัดกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี คนในท้องที่ของผมเรียกว่า “งานกลางเดือน” ซึ่งก็เป็นงานวัดออกร้าน เราตื่นตาตื่นใจกับบรรดาสินค้าสารพันที่มาวางขายกันรอบวัด เราจะได้เห็นเสื้อกันหนาวหลาย ๆ แบบ และแม่บอกว่าของพวกนี้ก็ราคาถูกกว่าในห้างสรรพสินค้า ดังนั้น หากเราจะซื้อของแปลก ๆ ใหม่ ๆ กัน คนในท้องถิ่นของเราจึงมักรอไปจับจ่ายซื้อกันในงานกลางเดือน

นอกจากนั้น งานกลางเดือนยังจัดให้มีการเล่นต่าง ๆ นานาจากบรรดานักเรียนท้องถิ่นของแต่ละโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนของผมโดดเด่นมากในเรื่องนี้ แต่ละปีเราจะมีขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ ประกอบไปด้วย ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งไม้สอง  กลุ่มกลองแต๊ก แถวเรียงของกลองใหญ่ ต่อด้วยบรรดาสาว ๆ ตีนิ๊งหน่อง ปิดท้ายด้วยหมู่อังกะลุง และปี่เมโลเดี้ยน ผมใฝ่ฝันอยากเป็นมือตีกลองแต๊กมาก แต่พ่อไม่เคยอนุญาตให้ผมเข้าชมรมเพราะเห็นว่าต้องทำการฝึกซ้อมกันทุก ๆ เย็น และการเรียนของผมไม่ได้อยู่ในขั้นดีมาก ทำไมผมพูดถึงการเรียนขึ้นมาเฉยเลย ก็เพราะว่าสำหรับพ่อผมแล้ว ทุกกิจกรรมของผมจะต้องเกี่ยวข้องกับผลการเรียนทั้งหมด เช่น ถ้าผมมีผลการเรียนที่ดี ผมถึงจะได้เสื้อตัวใหม่ หรือมีสิทธิเลือกทำกิจกรรมตอนเย็นที่โรงเรียน 

คนที่เป็นตัวอย่างของการมีผลการเรียนที่ดีสำหรับผม คือพี่สาวของผมนั่นเอง พ่อจึงอนุญาตให้อาเจ้ได้ทำกิจกรรมหลายอย่างมาก ในขบวนพาเหรดนั้นที่แน่ ๆ ต้องมีอาเจ้ของผมสวมชุดไทยเดินถือป้ายนำหน้าขบวนของโรงเรียนเรา แล้วตกเย็นแกต้องไปแต่งหน้าทำผม เปลี่ยนชุดและใส่ชฎารำละครต่ออีก ทุก ๆ เย็นหลังเลิกเรียนก่อนงานกลางเดือนซัก 2-3 เดือน อาเจ้จะไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับพวกผม เพราะแกต้องอยู่โยงซ้อมรำ ผมเคยไปแอบดูและพบว่า อาเจ้ไม่ได้ยืนเรียงอยู่กับบรรดาเพื่อน ๆ แต่อย่างใด เพราะแกไปยืนฝั่งครูฝึก คอยต่อท่าให้เพื่อน และเจ้ากี้เจ้าการคนนั้นคนนี้ให้ร่ายรำตามแบบที่ครูต้องการ

ผมไม่เคยสนใจแสดงอะไรเลยบนเวทีในช่วงงานกลางเดือน จนกระทั่งผมพบว่า ทุก ๆ ครั้งที่ผู้แสดงไม่ว่าจะร้องเพลง เต้นระบำ รำละคร เหล่านั้นแสดงจบ จะมีบรรดาพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา นำพวงมาลัยดอกไม้มาคล้องคอให้ และที่พวงมาลัยนั้น มีธนบัตรสีแดงสีเขียวติดอยู่เยอะแยะ ของอาเจ้ผมแกมีแฟนคลับเป็นพวกชาวบ้านร้านตลาดมาดูด้วย เพราะแกมีการแสดงทุกปี ปีสุดท้ายที่แกอยู่ ป. 6 ผมจำติดตาว่า พวงมาลัยของแกมีธนบัตรสีม่วงติดอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 ใบ 

เทศกาลงานหน้าหนาวสุดท้ายของผมจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากงานปีใหม่ แต่ละปีผมรื่นเริงเถลิงศกบ่อยมาก ก่อนอื่นผมขอพูดถึงบรรยากาศโดยทั่วไปของเดือนธันวาคมเสียหน่อย ผมชอบเห็นทุก ๆ คนใส่เสื้อกันหนาวมาเรียนหนังสือ ผมชอบมองนักเรียนรุ่นน้องตัวเล็ก ๆ สวมเสื้อกั๊กไหมพรมมีลายคาดขวางบนหน้าอก บ้างก็มีเสื้อวอร์มอาดิดาสที่ถอยมาใหม่ล่าสุดจากงานกลางเดือน (และผมมารู้ตอนหลังว่า เสื้อแบรนด์เนมเหล่านั้นล้วนเป็นงานมิลเร่อร์) ส่วนผมนั้น ใจจดใจจ่อจะงัดเอาเสื้อแจ็คเก็ตที่ป้าซื้อเป็นของฝากจากยุโรปมาใส่ มันเป็นเสื้อที่พลิกใส่ได้สองด้าน ด้านนึงสีแดง อีกด้านนึงสึน้ำเงิน มันเท่สุด ๆ ไปเลย ทั้งที่แม่ห้ามไม่ให้ผมใส่เสื้อตัวโปรดนี้ไปโรงเรียน “มันหนาเกินไป เอ็งใส่ไปคงร้อนตับแตก” แต่ความอยากหล่อไม่เคยรอใคร ต่อให้ร้อนแค่ไหน ผมจะบอกทุกคนว่า วันนี้ผมรู้สึกว่าอากาศมันหนาวมาก ๆ 

ที่โรงเรียน เราจะรอว่าเมื่อไหร่ครูจะประกาศวันที่จัดงานปีใหม่ เราจะวุ่นวายจัดบอร์ด เตรียมหาซื้อหาทำการ์ดอวยพร และต้องแน่ใจว่า เราเตรียมการ์ดไว้ครบตามจำนวนเพื่อนรักที่เราอยากให้ พอใกล้ถึงวันจัดงาน เราจะแบ่งหน้าที่กันว่า ใครจะเอาอะไรมาจากบ้านเพื่อจัดปาร์ตี้ ขนมนมเนยเอย เครื่องดื่มเอย ทุกอย่างต้องพร้อม จะมีเพื่อนของผมกลุ่มหนึ่งที่รับหน้าที่คอยเปิดเพลง แล้วพวกเราก็ร้องเพลงเต้นรำกันสนุกสนาน ใครปิ๊งใครก็ใช้โอกาสนี้ไปโค้งสาวมาเต้นรำด้วยกัน เพื่อนของผมบางคนที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ๆ จะซื้อการ์ดใบใหญ่เบ่อเร้อตกแต่งด้วยกากเพชรวิบวับ พร้อมของขวัญอะไรไม่รู้ในกล่องใบใหญ่ มอบให้เพื่อนนักเรียนหญิงที่แอบชอบ ผมเคยคิดว่า ในการ์ดใบใหญ่ขนาดนั้นมันต้องเขียนบรรยายความในใจอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะแน่ ๆ แต่พอไปแอบดูเข้าจริง ๆ แล้วพบว่า มันลงชื่อไว้อย่างเดียวด้วยความเขินอาย เสียดายพื้นที่โดยแท้

ที่บ้าน ครอบครัวของผมก็จัดงานปีใหม่ มีลุงป้าน้าอาช่วยกันทำอาหารและขนม ผมเริ่มดื่มแอลกอฮอล์ครั้งแรกในชีวิตก็ที่บ้านนี่แหละ มีอยู่ปีนึงคุณอาของผมผสมเหล้าลงในพั๊นซ์สีกุหลาบ เหล่าเด็ก ๆ เทใส่แก้วยกดื่มกันอย่างเอร็ดอร่อย แล้วต่อด้วยความมึนอย่างถึงที่สุด พอเราเริ่มรับรู้ถึงความเมา ผู้ใหญ่ก็สอนเราว่า นี่แหละคือความรู้สึกของการดื่มแอลกอฮอล์ แล้วนอกจากการจัดงานปีใหม่ที่บ้านของผมเองแล้ว ผมยังวนไปฉลองที่บ้านญาติ บ้านเพื่อน บ้านนั้นบ้านนี้ เรียกว่าเป็นฤดูกาลแห่งความสุขที่สุดสำหรับผมเลยก็ว่าได้

แม้ผมเกิดไม่ทันยุครุ่งเรืองของอาต้อย และวงดิอิมพอสสิเบิ้ล และไม่รู้จักคุณลุงคุณป้าวงสุนทราภรณ์ แต่ผมว่าท่วงทำนองของหนาวเนื้อ และพรปีใหม่ ทำให้ผมอินและอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อล่วงเลยเข้าสู่เดือนมกราคม และเดือนต่อ ๆ ไปของหน้าร้อนและหน้าฝน เราทุกผู้คนต่างวนเวียนทำงานหนักกันไปตามหน้าที่ และต่อสู้กับชีวิตกันไปตามความจำเป็น แต่ฤดูกาลก็ยังเห็นใจคน หมุนวนให้มีช่วงเวลาแห่งปีที่งดงามแจ่มใส ผมมักจะทิ้งความเหน็ดเหนื่อยท้อใจไว้ข้างหลัง เพราะอีกไม่นานเราก็จะเข้าสู่หน้าหนาว และจะมีเทศกาลปีใหม่กันอีกแล้ว 
 

เรื่องโดย : อัศวินเสื้อเกราะทอง

กลับสู่หน้าหลัก