เรื่องน่าอ่าน

a Smile Story ทางบ้านฝากให้ยิ้ม

ธุดงค์รอบโลก : EP. 2

ผมเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2501 ที่อำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี สมัยที่ยังไม่ถูกยุบรวมกับฝั่งพระนครจนกลายมาเป็นกรุงเทพมหานครอย่างทุกวันนี้ในวัยเด็กใฝ่ฝันว่าจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยศิลปากรและจบออกมาทำงานทางด้านศิลปะ แต่ชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปดังหวัง เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจนและมีพี่น้องอยู่วัยเรียนหลายคน ผมจึงแบ่งเบาภาระพ่อแม่ ด้วยการไปสมัครสอบเข้าโรงเรียนจ่านาวิกโยธินซึ่งมีเงินเดือนกินตั้งแต่เป็นนักเรียนทหาร เมื่อจบจากโรงเรียนจ่านาวิกโยธินในปี 2520 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองมีเหตุการณ์สงครามสู้รบกันรอบบ้าน  ผมเป็นเหล่าทหารราบซึ่งเป็นหน่วยรบโดยตรงจึงถูกส่งเข้าสนามรบทันที ในปีถัดมา ผมได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการสู้รบ ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายเดือน หลายปีต่อมา ผมลาออกจากราชการมาทำงานเป็นช่างภาพข่าวที่ หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น ขณะที่ทำข่าวการสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลกับกองกำลังคอมมิวนิสต์ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง  สองปีต่อมา ผมย้ายสังกัดไปทำงานที่ นสพ. บางกอกโพสต์ และทำงานอยู่ที่นั่นเรื่อยมาจนอายุย่างเข้าห้าสิบ ในช่วงปลายของชีวิตการทำงาน ผมเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตที่รีบร้อน การใช้ชีวิตในเมืองและสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ จึงเริ่มหันไปใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก  จากนั้นไม่นานก็เริ่มออกปั่นเที่ยวต่างจังหวัด และขยับระยะไกลออกไปเรื่อย จนข้ามพรมแดนเข้าไปปั่นในประเทศเพื่อนบ้านแถบอินโดจีน

ผมปั่นจักรยานตระเวนกวาดเที่ยวไปทั่วภูมิภาค จนรู้สึกว่าอินโดจีนก็เล็กเกินไปเสียแล้วและแล้ว บางสิ่งก็แว่บขึ้นมาในหัว….ความปรารถนาที่จะท่องไปในโลกกว้างที่มีมาตั้งแต่เด็ก  ถ้าปั่นจักรยานรอบโลกล่ะ ! คนวัยห้าสิบเศษจะยังคงมีพละกำลังเพียงพอไหม แม้ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ช่วงอายุ 17-50 ปี วิ่งวันละ 6-8 กิโลเมตร และเปลี่ยนเป็นปั่นจักรยานวันละ 20-30 กิโลเมตร เมื่ออายุย่างเข้า 50 ปี  แต่สภาพร่างกายของคนอายุห้าสิบนั้นเลยจุดสูงสุดของชีวิตมานานแล้ว ไม่มีใครบอกได้ว่าสภาพร่างกายของคนวัยห้าสิบจะทนกับสภาพทุรกันดารบนหลังคาโลกได้หรือไม่  และยิ่งไม่มีใครกล้ายืนยันว่าคนวัยขนาดนี้จะไปรอดกับภาวะร้อนแล้งกลางทะเลทรายหรือหนาวติดลบในแถบขั้วโลก ถ้าไปถามหมอ คำตอบที่ได้รับคงคาดเดาได้ไม่ยาก ทางที่ดีอย่าไปถามดีกว่า….ทางเดียวที่จะได้คำตอบก็คือ ต้องทดสอบสภาพร่างกายในสภาพภูมิประเทศจริง

ฤดูหนาวปี 2552….ผมทดสอบสภาพร่างกายของตัวเอง ด้วยการปั่นจักรยานจากเมืองจงเตี้ยน (Zhongdian) หรือ ‘แชงการีล่า’ ซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินสูงทิเบต ทะลุผ่านลาว ลงมาจบการเดินทางที่กรุงเทพฯ ระยะทาง 3,000 กิโลเมตร และผลการทดสอบเป็นไปด้วยดี… ร่างกายของผมสามารถทนต่อความทุรกันดารและสภาพอากาศเบาบางบนที่สูงได้ โดยไม่มีอาการโรค ‘แพ้ที่สูง’ ด้วยเหตุนี้  แผนการปั่นจักรยานรอบโลกของชายวัยทองจึงอุบัติขึ้น !

เรื่องโดย : สมบัติ รักสกุล

กลับสู่หน้าหลัก