เรื่องน่าอ่าน

Leisure and Relaxing

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: สุนทรียแห่งการเดินทางที่เราออกแบบเองได้...

ในปัจจุบัน กระแสความนิยมในการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณผู้อ่านหลายคนคงเคยเห็นคนขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าผ่านสายตาอยู่บ้าง ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจซื้อมาใช้ในชีวิตประจำวัน และได้ขี่ไปเป็นระยะทางเกือบ ๆ 2,000 กิโลเมตรแล้ว ถือว่าใช้งานจริงจังทีเดียว เลยจะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์การใช้งานจริงไว้เป็นข้อมูลกันครับ

อย่านึกว่ามันเป็นแค่ของเล่นสำหรับขี่ไปขี่มานะครับ... มันสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 25-85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ 20-85 กิโลเมตร เลยทีเดียว (บางรุ่นทำได้มากกว่า 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า รุ่นที่เลือกใช้ กำลังวัตต์ของมอเตอร์ และความจุของแบตเตอรี่ที่มีมาให้ แถมในบางรุ่นยังมีระบบกันสะเทือนมาให้ ทำให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างนุ่มนวล ขี่สบายขึ้น มีการทรงตัวที่ดี และบางรุ่นก็มาพร้อมกับระบบเบรก E-ABS ป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ทำให้ให้เบรกได้อย่างมั่นใจมาก ๆ และปลอดภัยต่อผู้ขี่

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีคุณสมบัติ สมรรถนะ และประสิทธิภาพที่หลากหลาย มีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นใช้งาน ขนาดไม่ใหญ่นัก พกพาสะดวก รุ่นกลาง ๆ ที่มีสมรรถนะดีขึ้น ขี่ได้ไกลขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น หรือรุ่นที่เรียกว่าระดับ Performance และ High Performance ที่มีสมรรถนะสูง และมีพละกำลังและความเร็วที่น่าตื่นตะลึง สำหรับบทความนี้ผมขอพูดถึง สกู๊ตเตอร์ในระดับเริ่มต้นที่เหมาะกับการพกพา ที่สามารถใช้งานทั่ว ๆ ไป พกพาติดรถยนต์ได้ และใช้เดินทางร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะได้ โดยผมมีข้อสรุปจากการใช้งานอย่างจริงจังมาฝากครับ ดังนี้ครับ...

สิ่งที่ต้องสำรวจเป็นอันดับแรกคือ “เงินในกระเป๋า” เรื่องนี้จำเป็นสุด ๆ เพราะมันเป็นข้อจำกัดด้วย ราคาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในระดับนี้มีตั้งแต่ ราคาหลายพันปลาย ๆ จนถึงประมาณสามหมื่น ลองกำหนดงบประมาณกันดู ผมขอแนะนำว่า ควรจะเริ่มต้นที่หนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป โดยเลือกแบรนด์ หรือผู้นำเข้าที่เชื่อถือได้ เพราะการบำรุงรักษา อะไหล่ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ผู้นำเข้าจะมีอะไหล่ทุกตัวไว้บริการ หรือจัดหาให้ได้ แต่ถ้าใครมีงบประมาณเริ่มต้นที่ 20,000 บาทขึ้นไป จะมีตัวเลือกดี ๆ มากมายทีเดียว ลองกำหนดงบกันดูนะครับ

สกู๊ตเตอร์เพียงคันเดียว ไม่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของเราได้ครบถ้วนแน่นอนครับ ผู้ที่คิดอยากจะซื้อส่วนมาก รวมถึงตัวผมเองด้วย มักอยากซื้อเพื่อใช้เดินทางระยะสั้น ๆ ออกไปซื้อของแถวบ้าน ติดท้ายรถไว้ หรือใช้เดินทางร่วมกับขนส่งสาธารณะต่าง ๆ เช่น รถเมล์ BTS หรือ MRT (ปัจจุบัน ผมเลยเถิดไปไกลแล้ว คือมีมากกว่า 1 คัน สำหรับการใช้งานที่แตกต่างกันไป) สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันแรกของผม คือ Inmotion L8f โดยตั้งใจจะใช้ร่วมกับรถสาธารณะ และถือโอกาสลดการใช้รถยนต์ไปในตัวด้วย ขนาดของ Inmotion L8f ที่ไม่ใหญ่มากนัก ล้อขนาด 8 นิ้ว น้ำหนักตัว 12 กิโลกรัม พับได้กระทัดรัด เมื่อพับแล้ว ยังยกได้สบาย (สำหรับผมนะ) จะเข็นหรือลากก็ทำได้สะดวกเพราะมีล้อเสริมสำหรับลากจูงขนาดเล็กมาให้ อีกทั้งยังสามารถรับน้ำหนักผู้ขี่ได้ถึง 120 กิโลกรัมได้สบาย ๆ ในการชาร์ทแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ประมาณ 25-30 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีไฟส่องสว่างหน้าในตัว ทั้งไฟหน้า ไฟเบรก ไฟประดับ เรียกว่า ซื้อแล้วจบเลย ไม่ต้องไปซื้ออะไรเสริมเพิ่มเติมอีก ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทีเดียว

หลังจากที่ได้ใช้งานมาจนถึงตอนนี้... ผมใช้มันเดินทางละแวกใกล้บ้าน จนถึงไกลบ้าน (วิ่งยาวเป็น 10 กิโลเมตร) หลายต่อหลายครั้ง พับขึ้นทั้งรถเมล์เล็กและรถ ปอ. MRT BTS ทำมาหมดแล้ว และทุก ๆ ครั้งที่ขับรถยนต์ออกไปทำธุระก็จะมีสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าติดไปด้วย ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด แน่นอนมันทำให้ชีวิตผมสะดวกสบายขึ้น ที่สำคัญ... ผมยังภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วยการลดการใช้รถยนต์ ลดการก่อมลภาวะทางอากาศ และช่วยลดปัญหาการจราจร เพราะรถยนต์ของผมได้หายไปจากท้องถนนอย่างน้อย 1 คัน 

ขอยกตัวอย่างการใช้งานในชีวิตประจำวันของผมพอให้เห็นภาพนะครับ ผมออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระ ตรวจดูหน้างานของผมที่ลาดพร้าว 71 โดยขับรถยนต์ไป เพราะต้องขนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือไปพอสมควร โดยมีสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าติดไปด้วย อยู่หน้างานจนถึงเที่ยง พอได้เวลาอาหารกลางวัน ก็ได้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านี่แหละ ขี่ตะลอนไปหาของอร่อยกิน ทั้งอาหาร ที่นั่งจิบกาแฟ และขี่ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านนั้น โดยไม่ต้องลำบากที่จอดรถ หรือติดแหงกอยู่ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด แถมยังใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านี่แหละ ขี่เข้าออกซอยเพื่อซื้ออุปกรณ์เข้าไปใช้หน้างานแบบไม่ต้องขับรถออกไปไหนเลย สะดวกมากเลยครับ ประหยัดเวลากว่าขับรถยนต์เยอะ ครั้งหนึ่ง ในเย็นวันศุกร์ รถติดมาก ผมยังเคยสละรถยนต์เลยครับ จอดทิ้งไว้ที่จอดรถ แล้วขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลับบ้าน จากการประเมินสภาพการจราจรแล้ว ถ้าผมขับรถยนต์กลับ คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง แต่ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ใช้เวลาแค่ 35 นาทีเท่านั้น

อีกตัวอย่างหนึ่ง ผมมีธุระที่ต้องไปไบเทคบางนา ช่วงเที่ยงถึงบ่ายสามโมง เสร็จแล้วต้องไปแถวเสาชิงช้าต่อตอนห้าโมงเย็นถึงประมาณสองทุ่ม แล้วกลับบ้านที่อยู่แถวดินแดง ...เฮ้อ แค่คิดถึงการขับรถไปก็ไม่สนุกแล้ว โชคดีในครั้งนี้ผมมีตัวช่วย สิบโมงเช้า ผมออกจากบ้าน สวมถุงมือ ใส่หมวกกันน็อค รองเท้าผ้าใบ แล้วไถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออกไป ระยะทางแรก 1.1 กิโลเมตร จากบ้านถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง แล้วพับสกู๊ตเตอร์ เข็นขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินไปสถานีอโศก ต่อรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีสุขุมวิท เพื่อไปสถานีบางนา แล้วเข็นสกู๊ตเตอร์เข้าไปไบเทคทาง Sky Walk เลย สะดวกโยธินดีไหมครับ? ขากลับ ก็ขึ้น BTS สถานีบางนา ไปลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วขี่สกู๊ตเตอร์ไปเสาชิงช้า แต่ว่ากว่าจะถึงเสาชิงช้านะครับ หลายแวะเลย เพราะยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ ขี่เล่นแถวสวนหลวงสแควร์ หาของอร่อยกิน แล้วยังมีเวลาขี่ไปซื้อของที่คลองถมพลาซ่า บ้านหม้อ ก่อนจะไปเสาชิงช้า แหม เวลาช่างเหลือเฟือจริง ๆ ทำธุระปะปรังเสร็จ ก็ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไปต้นสายรถเมล์สาย 12 ที่ โรงเรียนวัดราชบพิธ แล้วพับสกู๊ตเตอร์ขึ้นรถเมล์ เพื่อนั่งกลับบ้าน เห็นไหมครับ ปัญหาการจราจร กับที่จอดรถไม่มีปัญหาสำหรับผมเลย นี่คือ ประโยชน์อย่างหนึ่งในการเลือกใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะ มันสะดวกกว่าขับรถยนต์ไปอีก สัมภาระบางส่วน ก็ใส่เป้หลังไป ไม่ใช่ปัญหา ชีวิตติดสกู๊ตเตอร์นี่ช่วยเติมเต็มชีวิตในกรุงเทพของผมจริง ๆ 

ต้องพิจารณาอะไรบ้างก่อนการซื้อ?
1. งบประมาณ 2. ความน่าเชื่อถือของผู้นำเข้า 3. คุณสมบัติของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เราต้องการ ผมเรียงลำดับไว้แบบนี้เลย เงินในกระเป๋าเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึง ความน่าเชื่อถือของผู้นำเข้า จำเป็นมาก ๆ ครับ เพื่อจะรับประกันว่า หากมีปัญหาใด ๆ ที่ทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ จะมีอะไหล่และบริการหลังการขายที่ดีจนทำให้เราไม่ต้องจอดมันทิ้งให้กลายเป็นขยะ ทีนี้ก็มาดูที่คุณสมบัติของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบ้าง การที่จะให้มันเหมาะที่จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับเราต้องพิจารณาถึง

1. ขนาดน้ำหนัก และความสามารถในการพับเก็บ เพราะมันต้องเดินทางคู่กับเราไปเกือบทุกที่ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกสกู๊ตเตอร์ที่สามารถพับได้สะดวกรวดเร็ว และเมื่อพับแล้วขนาดต้องกะทัดรัดไม่ใหญ่เกินไป การเลือกรุ่นที่พับแฮนด์ได้จะทำให้มันไม่เกะกะ และมีข้อได้เปรียบในการขนย้ายมาก สำหรับเรื่องน้ำหนัก ให้เลือกที่เราสามารถยก แบกหรือไหว บางรุ่นสามารถเข็นได้ ก็เป็นจุดที่พิจารณาให้เป็นพิเศษเหมือนกัน ลองนึกถึงตอนยกมันขึ้นสะพานลอยสิครับ จะรู้เลยว่าน้ำหนักขนาดไหนเหมาะกับเรา

2. ขนาดล้อของสกู๊ตเตอร์ ยางตัน หรือเติมลม ขนาดของล้อที่เล็กที่สุดที่ผมว่ายังใช้สัญจรบนท้องถนนเมืองไทย หรือฟุตบาทของเมืองไทยได้ ควรจะมีขนาดไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว ใหญ่กว่านี้ก็สามารถข้ามอุปสรรคได้ดีขึ้น แต่ขนาดก็จะใหญ่ขึ้นตามมา ขนาดอื่น ๆ ที่มีเช่น 8.5 นิ้ว 9 นิ้ว และ 10 นิ้ว (ผมเคยลองขนาดใหญ่ที่สุดคือ 13 นิ้ว มันใหญ่จริง ๆ ครับ เป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าระดับ High Performance เช่น Dualtron X) สำหรับยางสกู๊ตเตอร์ ก็ยังแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ยางตัน กับยางที่ต้องเติมลม
ยางตัน ข้อดีคือ ไม่ต้องกลัวการรั่วซึม ข้อเสีย คือ มันจะรู้สึกสะเทือนมากกว่า เวลาขับขี่ และต้องระมัดระวังเรื่องการยึดเกาะถนน เพราะหน้าสัมผัสถนนมันน้อยกว่าล้อยางแบบเติมลม ทำให้มันเกาะถนนน้อยกว่า และลื่นง่ายกว่า แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก ถ้าระมัดระวังในการขับขี่ในทางเปียกแฉะ
ยางเติมลม ข้อดีคือ ลดแรงสั่นสะเทือนในขณะขับขี่ได้ดีกว่า ข้อเสียคือ ต้องหมั่นตรวจเช็คลมยางเป็นประจำ และการที่มันสามารถรั่วซึมได้ ผมเองก็เคยยางรั่วขณะขับขี่ แต่ปัจจุบันมีน้ำยาสำหรับเติมลงไปในยางล้อเพื่อป้องกันการรั่วจากการเหยียบทับวัตถุมีคม ซึ่งใช้ได้ดีทีเดียว ผมเองก็เติมไว้แล้ว อุ่นใจขึ้นเยอะ

3. ระบบกันสะเทือน หลากหลายรุ่น มีระบบกันสะเทือนมาให้ บางรุ่นมีระบบกันสะเทือนหน้า บางรุ่นมีระบบกันสะเทือนทั้งหน้า-หลัง อันนี้เลือกเอาตามความชอบใจเลยครับ สำหรับคันที่ผมเลือกใช้ มีระบบกันสะเทือนที่ล้อหน้า และล้อหน้าเป็นยางตัน ส่วนล้อหลังเป็นยางลม และไม่มีระบบกันสะเทือน ซึ่งเวลาขับขี่ ระบบกันสะเทือนที่ล้อหน้าก็ช่วยลดแรงสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงแฮนด์ได้ระดับหนึ่ง ท่ายืนที่เหมาะสมสำหรับการขี่คือ ย่อเข่าทั้งสองข้างเล็กน้อย ทำให้ขาเรายืดหยุ่นขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้ดีมากระดับหนึ่งทีเดียว ผมเคยลองยืนแบบขาแข็งทื่อ ขี่ผ่านพื้นผิวสภาพไม่ดีนัก โอย... มันสะเทือนจนปวดหัว

4. ระบบเบรกและการออกตัว หลาย ๆ รุ่นเป็นระบบเบรกที่มีสายเบรกแบบจักรยาน บางรุ่นมีดิสก์เบรก บางรุ่นมีอีเล็คโทรนิคเบรก (E-Break) ที่อาศัยมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเบรก แล้วก็บางรุ่นอีกแหละครับ มี E-ABS ระบบเบรกที่มาพร้อมกับระบบป้องกันล้อล็อค ระบบเบรกแบบไหน ผมก็ว่ามันเพียงพอต่อการขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มาก และเวลาเบรก เราควรทิ้งน้ำหนักตัวไปด้านหลังด้วย จะช่วยให้เบรกมั่นใจขึ้นมาก ส่วนการออกตัว บางรุ่นกดแป้นคันเร่งก็สามารถขับขี่ออกไปได้เลย บางรุ่น เป็นระบบที่เรียกว่า Kick Start ซึ่งเราจะต้องไถออกไปเพื่อให้ล้อหมุนไปข้างหน้าก่อน ระบบคันเร่งถึงจะทำงาน เพื่อเป็นการป้องกันการเผลอกดคันเร่งได้เป็นอย่างดี ยังมีระบบป้องกันอีกอย่างที่ดีมากคือ แม้ว่าเรากดคันเร่งไว้อยู่ ถ้าเรากำเบรก ระบบจะตัดการทำงานของมอเตอร์ทำให้หมดห่วงเรื่องของเวลาตกใจจนเผลอกดคันเร่งค้างแล้วกำเบรก

5. ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์ทและความเร็ว เราจะขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปถึงที่หมายหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่กับตัวนี้แหละครับ ระยะทางที่วิ่งได้สัมพันธ์กับขนาดความจุของแบตเตอรี่โดยตรง ยิ่งแบตเตอรี่ที่ใส่มาความจุเยอะ ก็จะวิ่งได้ไกลขึ้น สกู๊ตเตอร์มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และราคาสูงขึ้นด้วย แต่ถ้าแบตเตอรี่มีขนาดเล็กเกินไป อาจไม่เพียงพอต่อระยะการใช้งานจริง ปกติสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดพกพาที่ดี มักสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 25-35 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในกรุงเทพแล้ว แต่วิธีที่ดีในการใช้งานมัน ก็คือควรพกอุปกรณ์ชาร์ทแบตเตอรี่ติดตัวไปด้วย จะได้อุ่นใจ ส่วนความเร็วนั้น ปกติสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดพกพาสามารถทำความเร็วในระดับ 25-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบาย ซึ่งเป็นความเร็วที่พอ ๆ กับการขี่จักรยานเสือภูเขา ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วในระดับที่ไม่สร้างความอึดอัดให้กับผู้ขี่นัก ข้อมูลเรื่องความเร็ว กับระยะทางที่วิ่งได้นั้น มีบอกไว้ในสเป็ครถอยู่แล้ว แต่ต้องระวังถ้าสินค้าโนเนมมากๆ เพราะมักกล่าวอ้างเกินจริง และเกินเอามาก ๆ เสียด้วย 

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ อีกที่หากผู้อ่านท่านใดสนใจ ก็สามารถพิจารณาข้อมูลจากผู้จัดจำหน่ายได้โดยตรง เช่น ขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือขับเคลื่อน 2 ล้อ กำลังวัตต์ของมอเตอร์ไฟฟ้า เช่น 250w 350w 400w 500w ไฟส่องสว่างรอบ ๆ ตัว ที่เรียกว่าไฟซิ่ง สิ่งเหล่านี้อาจมีผลต่อความรู้สึกขณะขับขี่ หรือการตอบสนองของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แต่ไม่ได้มีผลต่อการใช้งานมากนัก ทางที่ดี ถ้าอยากจะซื้อมาใช้งาน การได้ลองขี่จริง ๆ ก่อน จะช่วยในการตัดสินใจเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ตรงกับความชอบของเราได้มากยิ่งขึ้นครับ
 

เรื่องโดย อัครวุฒิ งามเกษมทรัพย์

กลับสู่หน้าหลัก