เรื่องน่าอ่าน

Leisure and Relaxing

Re-Creation Disruption: ตอนที่ 3 ลีลาศบำบัด

ขอเพียงคุณเต้น โลกก็สวยงามแล้ว ใช่ครับ! ขอให้พวกเรา ออกมาเต้น ๆ เต้นกัน วาดลวดลายสเต็ปขาให้สนุกเร้าใจไปกับเสียงดนตรี เพลงที่ใช้เต้นก็เป็นเหมือนดนตรีบำบัด หรือ Music Therapy หรือเรียกว่า “สังคีตบำบัด” ซึ่งเป็นการใช้เสียงดนตรีที่เป็นภาษาสากลมาช่วยบำบัด หรือฟื้นฟูสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจในเวลาเดียวกัน 

การเต้นแบบ DMP
"Dance Movement Psychotherapy" หรือ DMP เป็นการบำบัดรูปแบบหนึ่งโดยใช้การเคลื่อนไหว ผสานกับเครื่องมือที่เป็น symbolic เป็นตัวช่วยบำบัด เป็นการบำบัดด้วยการเคลื่อนไหวอย่างถูกต้อง มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือของศิลปะมาช่วย ซึ่งจะแตกต่างจากการเต้นรำทั่วไปอยู่บ้าง เช่น การเคลื่อนไหวต่าง ๆ มีนัยคล้ายดังภาษากาย ขยับแขน ขยับขาเพื่อการสื่อสาร ใช้เสียงเคาะจังหวะจากเครื่องเคาะเสียง ใช้กลองให้จังหวะในการเคลื่อนไหว มีอุปกรณ์พร้อบมาเสริมเพื่อช่วยในการแสดงอารมณ์เพิ่มมากขึ้น เช่น การโบกธง กางร่มที่มีสีสัน ใช้บทเพลงประกอบที่ตรงกับอารมณ์ที่ต้องการถ่ายทอด เรียกว่าบูรณาการเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาจิตใจโดยเฉพาะ ให้นึกภาพยิมนาสติกลีลา หรือระบำใต้น้ำ เหล่านี้...เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกสมาธิได้อย่างดี

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม การเต้นรำ การเข้าชมรมลีลาศ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นประกอบเพลง หรือจังหวะกลอง หรือเครื่องดนตรีอะไรก็แล้วแต่ มันก็ดีทั้งนั้น ผมมีเพื่อนวัยเดียวกัน (50 กว่า ๆ) ที่ชื่นชอบการเต้นมาก ๆ เธอมีร่างกายที่สวย สง่างาม แข็งแรง แถมยังได้รับรางวัลมากมายจากการเข้าประกวดเต้นลีลาศในประเทศไทย 

 แต่ถ้าคุณเจ็บป่วย มีปัญหาทางจิตใจ หรือมีปัญหาในการเคลื่อนไหว การทรงตัว แนะนำให้ไปเข้าคลาส Dance Movement Psychotherapy จะเหมาะกว่า

การเต้นรำมีประโยชน์มากมาย...

1. ช่วยให้ความจำดีขึ้น
การเต้นช่วยให้เรามีความจำดีขึ้น และช่วยให้คุณไม่เป็นโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น มีผลการวิจัยว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก สามารถช่วยลดการสูญเสียมวลของฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมความจำ โดยธรรมชาติแล้ว ฮิปโปแคมปัสจะหดลงเมื่อเราอยู่ในช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย ซึ่งมักเป็นช่วงที่ความจำไม่ดีและเป็นโรคสมองเสื่อม

2. คลายเครียด
การเต้นไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่มันยังดีต่อสุขภาพจิตอีกด้วย หากคุณกำลังรู้สึกเครียด การเปิดเพลงและเต้นแทงโก้กับคนรักอาจช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น การเต้นรำแบบคู่พร้อมกับเปิดเพลงคลอไปด้วยสามารถช่วยคลายเครียดได้

3. ลดอาการซึมเศร้า
มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับผลของการเต้นกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ผลที่ได้นั้นน่าสนใจมากทีเดียว เพราะผู้ป่วยที่เข้าร่วมกลุ่มเต้นแนว Upbeat มีอาการของโรคซึมเศร้าน้อยที่สุด และมีชีวิตชีวามากที่สุด ดังนั้นใครที่ตอนนี้กำลังจมอยู่กับความเศร้า ถ้าอยากกลับมาสดใสอีกครั้ง การชวนเพื่อนออกไปแด้นซ์ตอนกลางคืนก็อาจช่วยให้คุณสบายใจขึ้น

4. ดีต่อหัวใจ
การเต้นเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด คนที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวที่บำบัดด้วยการเต้นรำในจังหวะวอลซ์นั้น มีสุขภาพหัวใจ การหายใจ และคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับคนที่ปั่นจักรยานหรือวิ่งบนสายพาน

5. ช่วยลดน้ำหนัก
การออกกำลังกายโดยการเต้นสามารถช่วยลดน้ำหนัก และมี Aerobic Power เพิ่มขึ้นได้เท่า ๆ กับการปั่นจักรยานและการวิ่งจ็อกกิ้ง

6. ทรงตัวดีขึ้น
หากคุณกังวลว่าคุณจะหกล้มหรือทรงตัวได้ไม่ดีตอนอายุมากขึ้น การเต้นอาจช่วยคลายความกังวลของคุณได้ การเต้นแทงโก้สามารถช่วยให้การทรงตัวในผู้สูงอายุดีขึ้น การเต้นจำเป็นต้องใช้การเคลื่อนไหวแบบรวดเร็วและการมีท่าทางที่ดี ดังนั้นการเต้นเป็นประจำจึงช่วยให้ร่างกายมีเสถียรภาพและคุณสามารถควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น

7. เพิ่มพลังงาน  
หากคุณรู้สึกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีแรงผลักดันที่จะทำอะไรสักอย่างด้วยความมุ่งมั่น การไปเข้าคลาสเรียนเต้นอาจช่วยได้ เพราะมีงานวิจัยพบว่า การไปเต้นทุกสัปดาห์สามารถช่วยให้เรามีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น และทำให้ระดับพลังงานในผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น รับรองว่าคุณจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพร้อมที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความกระตือรือร้น

อีกทั้งยังได้เพื่อน ได้สังคมที่ดี ได้มิตรภาพอีกด้วย...

การไปเข้าร่วมคลาสเต้นไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพของคุณเท่านั้น แต่มันยังช่วยให้คุณได้เพื่อนใหม่ และการได้เข้าสังคมสามารถช่วยให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น คลายเครียด และมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ดังนั้นใครที่อยากมีสุขภาพที่แข็งแรงไปพร้อมกับได้รู้จักคนใหม่ ๆ การไปสมัครเรียนเต้นก็เป็นวิธีที่ดี

ในเมื่อมันดีมากมายแบบนี้ กิจกรรมนี้ขอยกให้เป็นสุดยอดกิจกรรมสร้างสรรค์ เต้นแบบ Disruption Re-Creation โยกให้มันกันไปเลย
 


 

เรื่องโดย พงศ์ศักดิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

กลับสู่หน้าหลัก