Articles

Leisure and Relaxing

BigSmile World

มองหานักเขียนจากทางบ้าน เพื่อแชร์เรื่องสั้นตามความถนัด

ติดต่อเพื่อส่งเรื่องของคุณ และพูดคุยกับทีมงาน

การอ่านหนังสือ กุญแจสู่ความสำเร็จที่ให้ความเพลิดเพลิน

ถึงแม้ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จะมีภารกิจเพื่อสังคมมากมาย ท่านก็ยังคงปลีกเวลาอ่านหนังสือให้เหลนฟังอยู่เป็นประจำ เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ เช่นเดียวกับที่ท่านได้รับในวัยเด็ก...

“สมัยผมเติบโตมา ที่บ้านมี่ห้องอ่านหนังสือ ประการแรกคุณพ่อผมเป็นครู เพราะฉะนั้นคุณครูในฐานะที่เป็นพ่อ ก็จะคุยกับลูกๆ อยู่เสมอ คุณพ่อไม่ใช้วิธีสั่งสอน แต่จะเล่าเรื่องชีวิต ประสบการณ์หรือนิทาน ให้ลูกๆ ฟัง”

“ข้อมูลที่เด็กได้รับเป็นเหมือนอาหารของสมอง อาหารที่เรากินนั้นเพื่อทำให้ร่างกายเติบโต แข็งแรง แต่เรามักจะลืมอาหารของสมอง ซึ่งก็คือหนังสือ”

“ผมชอบอ่านหนังสือ โดยที่ไม่มีแม่นม หรือไม่มีพี่เลี้ยงที่อ่านออกเขียนได้อย่างดี แต่ที่บ้านผมมีคุณพ่อ มีห้องสมุด สมัยผมนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ได้เห็นสมุดหนังสือที่คุณพ่อคุณแม่เก็บ สมัยนั้นไม่มีเครื่อง ไม่มีไอแพด ไอโฟน ไม่มีอะไรมารบกวนเวลา พอมีเวลาว่างก็ไปค้นอ่านหนังสือ เห็นเล่มไหนหยิบออกมา แล้วก็อ่านอยู่เรื่อย ๆ โดยพ่อแม่ไม่ต้องบอกเรา พ่อแม่เพียงแต่เสริมเท่านั้น ส่วนหนึ่งจะเป็นหนังสือที่น่าสนใจ ให้เด็กอยากอ่าน แล้วทำให้เด็กสนใจในเรื่องต่าง ๆ ของโลก”

แต่เด็กรุ่นใหม่ เพียงแค่อ่านออกเขียนได้ยังไม่พอ ต้องพัฒนาทักษะมากขึ้น ซึ่งอาจต้องใช้กิจกรรมกลุ่ม อย่างงานห้องสมุดเป็นต้น “รุ่นผมโตมา ต้องอ่านออกเขียนได้ เมื่อเจ็ดสิบแปดสิบปีมานี้ก็เป็นอย่างนั้น แต่สี่สิบ ห้าสิบปีมานี้ อ่านออกเขียนได้ไม่พอแล้ว มีคำภาษาอังกฤษคือ functional literacy ต้องอ่านรู้เรื่อง ฟังรู้เรื่อง เข้าใจลึกซึ้ง ใช้ประโยชน์จากการอ่านที่อยู่ในสมองได้ดีด้วย”

“จะต้องให้เด็กเหล่านี้อ่านถูก มีความเข้าใจและมีทักษะในการที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ อันนั้นเป็นบันไดขั้นแรก ในชีวิตเรานี้ ถ้าหากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมไปในทางที่ดี ไม่ว่าจะในเรื่องของการปกครอง ในด้านการเมือง เรื่องการวางยุทธศาสตร์ หรือการดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ยังมีบันไดอีกหลายขั้นที่จะต้องไต่ขึ้นไป”

“คนที่จะเติบโตขึ้น มีความเจริญ เป็นส่วนหนึ่งของคนที่จะปกครองประเทศ เป็นเจ้าของประเทศ หรือผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปลงสังคม แค่อ่านอย่างเดียวไม่พอ ถ้าเรามีเวลาอ่านถึงสิบห้า สิบหก หรือยี่สิบห้าปี แล้วไม่พูดกับใครเลย อันนั้นไม่มีประโยชน์อะไร อ่านแล้วเก็บไว้คนเดียว”

“อ่านแล้วต้องสื่อสารได้ อ่านเป็นแล้วต้องฟังเป็นด้วย บางคนฟังไม่เป็น ภาษาอังกฤษบอกว่า ฟังเป็นแต่ไม่เข้าใจ นอกจากฟังแล้ว การพูดก็เป็นศิลปะ ผมไปอยู่อังกฤษตอนเรียนมัธยม ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจวิชาบางอย่างที่เราเรียน เรียนไปเพื่ออะไร เช่นเรียนย่อความ แต่ตอนหลังก็รู้ว่า เป็นการอ่านให้เข้าใจ แล้วสามารถถ่ายทอดสาระของข้อความเป็นสิบๆ หน้าออกเป็นหนึ่งหน้าหรือสองหน้าได้ โดยใช้คำพูดของตัวเอง ไม่ได้ไปลอกแต่ละประโยค หรือแต่ละคำพูดแต่ละหน้ามา เพราะฉะนั้นในการทำสิ่งที่เรียกว่าย่อความ คืออ่านออก อ่านแล้วอ่านแล้วเข้าใจ”

“ในสังคม เราเข้าใจคนเดียวไม่ได้ เราต้องมีการแชร์ การ interact กับคนอื่น เราจะไม่ต้องลอกแบบ หรือหยิบคำพูดที่เราอ่านมา เราต้องทำความเข้าใจ เมื่อเราเข้าใจ เราจะจับประเด็นได้ อธิบายให้ง่ายขึ้นได้ แยกแยะได้”

การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ช่วยให้เขามีโอกาสซักถามพูดคุยกับพ่อแม่ อย่างที่ท่านอ่านและคุยเรื่องหนังสือกับเหลน และพบว่า เด็ก ๆ พัฒนาความจำจากนิทานได้ เพราะเมื่อท่านอ่านข้าม เหลนก็จะทัก แสดงว่าเขาคิดตามและจดจำ เป็นการฝึกสมอง พร้อมกับปลูกฝังให้รักและสนใจการอ่าน จากนั้น ขั้นต่อไปคือจัดหาหนังสือไว้ให้เด็ก ๆ

“เด็กจะอ่านได้ ก็ต้องเข้าถึงหนังสือ ควรส่งเสริมให้เขาได้เห็น ได้สัมผัสและอยากอ่าน เป็นความจำเป็นของการที่จะต้องมีห้องสมุด โดยเฉพาะในโรงเรียนที่ขาดแคลน ตั้งแต่ขอบเขตชายแดน แม้แต่ในกรุงเทพก็ต้องมีห้องสมุดสาธารณะมากขึ้น เด็กต้องเข้าถึง เราอย่าไปคิดว่าเด็กจะไปซื้อหนังสือเอง”

การมอบหนังสือที่ดีให้แก่เด็ก ๆ เท่ากับมอบกุญแจสู่ความสำเร็จ เพราะ“การอ่านเป็นจุดเริ่มต้น เป็นกุญแจไขประตูให้เราเข้าไป มีทักษะ สังคม ข้อมูลที่จะนำไปสานต่อ ในการออกความเห็น ที่จะทำให้พัฒนา ทำให้ประเทศเจริญขึ้น หวังว่าเด็กในรุ่นใหม่จะโชคดี เหมือนชีวิตที่ผ่านมาของผม”

เรียบเรียงจาก สุนทรพจน์ของ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ในพิธีเปิดตัวโครงการ เด็กทุกคนอ่านได้ - Every Child Can Read ที่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดร่วมกับเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เพื่อรณรงค์ให้เด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป ได้เห็นถึงความสำคัญของการอ่านหนังสืออันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมระดมทุนนำเงินบริจาคไปพัฒนาและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน สร้างความเท่าเทียมให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ผ่านการเดินหน้าและต่อยอดในโครงการ ‘ห้องสมุดเคลื่อนที่’ และสนับสนุนกิจกรรม ‘อ่านสัปดาห์ละเล่ม’ (A Book A Week)

 

เรื่องโดย ซัมเมอร์

กลับสู่หน้าหลัก