เรื่องน่าอ่าน

Leisure and Relaxing

PAN Bake & Bistro

มีอาหารอิตาลีอยู่แค่ไม่กี่เมนูที่ผมรู้จัก และก็เป็น Classic Italian Foods เป็นส่วนใหญ่ เช่น พิซซ่า (Pizza) ลาซานญ่า (Lasagna) อัลเฟรโด (Alfredo) ดิอาโวโล (Diavolo) เรียกถูกป่าวเนี่ย 555 เอาหละ อย่างน้อยก็มีภาษาอังกฤษกำกับกันหน้าแหก ซึ่งก็น่าจะยืนยันได้ว่าผมไม่สันทัด และไม่ค่อยได้ตระเวนหาร้านอาหารอิตาลีรับประทานมากนัก แต่ว่าไม่ใช่ครั้งนี้... เพราะหลังจากได้ยินได้ฟังกิตติศัพท์ของร้าน PAN Bake & Bistro มา ผมหมายใจว่าจะต้องไปกินให้ได้ เอาวะ…มันคงไม่มีแต่พิซซ่าหรอกที่จะกินได้ 

ร้าน PAN Bake & Bistro เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ บรรยากาศร่มรื่นและอบอุ่น เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ มีโต๊ะประมาณ 7-8 โต๊ะไว้รองรับลูกค้า โอกาสที่นั่งเต็มมีสูงมาก ฉะนั้น ควรจะจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่จะเข้ามา จองผ่าน Facebook ก็สะดวกนะครับ ผมก็ใช้วิธีนี้...ว่าแล้วก็สั่งอาหารดีกว่า ผมพยายามเลือกในสิ่งที่คุ้นเคย เพื่อจะได้เปรียบเทียบรสชาติ เช่น แองเจิ้ลแฮร์เบคอนพริกแห้งกากหมู (195 บ.) เพนเน่อบซอสมะเขือเทศ (195 บ.) สเต็กหมูราดซอสเห็ด เสริฟกับมันบด กระเทียม เบบี้แครอท แอสพารากัส และเบบี้บรอกโคลี (215 บ.) ซีซาร์ สลัด (175 บ.) ผักย่างสุกีนี่ มะเขือม่วง พริกหวาน ราดซอสบัลซามิคอิตาเลี่ยนสไตล์ (165 บ.) ปลาหมึกทอดสไปซี่ โรยพริกแห้ง กระเทียมกรอบ (175 บ.) มันอบชีส เบคอนกรอบ (155 บ.) ส่วนซุป ผมชี้ไปที่ซุปเห็ดทรัฟเฟิล (135 บ.) แบบไม่ต้องคิด แต่ซุปหมด เลยอดกินไป วันนี้มีแต่ซุปมะเขือเทศ (95 บ.) เลยไม่สั่งดีกว่า เบ็ดเสร็จ สั่งไป 7 เมนู ยังไม่รวมของหวานนะคร๊าบบบบ ส่วนของหวาน วันนี้มี ทีรามิสุ เป็นรายการนอกเมนู ถ้าช้า อด หมดเร็วมาก เลยจัดมา 2 ที่ ตบด้วย สโคน เสริฟพร้อมแยมและคอทเทจครีม (75 บ.) อีกหนึ่งที่ มีของหวานแล้ว ก็ต้องสั่งกาแฟดริปไว้จิบตามด้วย จะได้สมบูรณ์แบบ ระหว่างรออาหาร โชคดีเหลือเกินที่วันนี้เชฟแนนอยู่ เลยได้มีโอกาสได้สุนทรียะสนทนากัน พอให้ได้เป็นข้อมูลมาฝากผู้อ่าน ร้านนี้เกิดจากบุคลากร 3 ท่าน คือ เชฟแนน ซึ่งเป็นเชฟอาหารอิตาลี ที่ปัจจุบันทำงานเป็น Executive Chef แห่ง LSG SKY CHEFS บริษัทผู้จัดหาอาหารสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประจำกรุงโรม ประเทศอิตาลี และยังเป็นเชฟไทยผู้มากประสบการณ์ด้านอาหารไทยและอาหารยุโรปมานานเกือบ 20 ปี เชฟพิม เป็นเชฟขนมหวาน และพี่ดา เป็นบาริสต้า เป็นไงครับ... ร้านเล็ก ๆ ในหลืบ ที่รังสรรค์อาหารและขนมหวานจากเชฟเฉพาะทาง พร้อมกาแฟจากบาริสต้ามากฝีมือ นี่มันอร่อยในหลืบชัด ๆ 

เชฟแนนเล่าให้ฟังว่า วัตถุดิบหลายตัวของทางร้าน นำเข้ามาจากอิตาลีโดยตรง อย่างรีโซนี่ (Risoni) (รูปร่างเหมือนข้าว แต่แท้จริงแล้วเป็นเส้นพาสต้าแบบหนึ่ง ที่มีรูปทรงเป็นเมล็ดข้าว) ตัวนี้ก็นำเข้า โอยยย น่าจะคุยกันก่อน จะได้สั่งมาลองชิม ความเสียดายเริ่มปรากฏ แต่จะให้สั่งเพิ่ม ก็คงไม่ไหวแน่ ปลาหมึกก็นำเข้ามาจากอิตาลี นั่นไง อีกหนึ่งเมนูที่พลาด ตอนแรกก็ว่าจะสั่งสปาเกตตีซอสหมึกดำพริกแห้งปลาหมึกสด (285 บ.) อยู่เหมือนกัน แต่ดันเทใจไป แองเจิ้ลแฮร์เสียก่อน ส่วนขนมหวาน ขนมปังที่ใช้ทำทีรามิสุ ก็ส่งตรงมาจากอิตาลี เพราะเมืองไทยมีแต่ขนมปังแบบหนา ๆ โชคดีที่ผมสั่งทีรามิสุไปสอง คุ้มละ... ในใจก็คิด ถึงว่าทำไมกินทีรามิสุหลาย ๆ ร้านในไทย แล้วรู้สึกว่ารสชาติมันยังไม่ค่อยใช่ ก็เพราะแบบนี้นี่เอง 

ในส่วนของรสชาติอาหารนั้น แองเจิ้ลแฮร์เบคอนพริกแห้งกากหมู จานนี้รสชาติเข้มข้น ปกติอาหารอิตาลีก็จะมีเครื่องเทศพวกกระเทียมและพริกแห้งอยู่แล้ว แต่พอปรับรสชาติโดยหนักพริก หนักกระเทียมขึ้นอีก ถูกปากมาก เป็นอาหารอิตาเลียนที่ไม่เลี่ยนเลย เส้นแองเจิ้ลแฮร์เป็นเส้นสปาเก็ตตีเส้นเล็ก ๆ ประมาณเส้นหมี่ ยิ่งกินยิ่งอร่อย หมดอย่างรวดเร็ว รสจัดจ้าน ซู่ซ่า ๆ หน่อย

เพนเน่อบซอสมะเขือเทศ เมนูนี้บอกเลยว่า เพนเน่แค่ตัวประกอบ ชีสรับบทหนักมาก ที่หนักรองจากชีสคือ ปากและกราม เคี้ยวชีสจนเมื่อย หนุบหนับ ๆ หนืด ๆ ยืด ๆ ใครคอชีส ห้ามพลาดเลยครับ แต่เวลากินอย่าใส่ซอสมะเขือเทศนะ ซอสมะเขือเทศที่เชฟปรุงมารสชาติเจ๋งมากแล้ว

ต่อด้วย สเต็กหมู ราดซอสเห็ด เสริฟกับมันบด กระเทียม เบบี้แครอท แอสพารากัส และเบบี้บรอกโคลี สำหรับเมนูนี้ ในใจคิดว่า... วัดฝีมือกันไปเลย เพราะสเต็กผมกินบ่อย แยกแยะได้เด็ดขาดอยู่แล้ว พร้อมวิจารณ์ยับถ้าพลาด หุหุ ทันทีสเต็กมาเสริฟ ก็ประเมินหน้าตากันก่อน เขาจัดจานดูสะอาดตา ผักเหมือนตามเมนู หมูชิ้นใหญ่ หนา นุ่ม ซอสเห็ดก็เข้มข้น ว่าแล้วก็ชิมเลยดีกว่า อืมมม... ไม่ต้องอธิบาย งวดหน้าสั่งอีกแน่นอน หมูดี เนื้อสัมผัสดี ซอสเห็ดเยี่ยม ใช้คำว่าเยี่ยมเลยนะครับ เข้มข้น หอม ละมุนลิ้น เมนูนี้ก็ห้ามใส่ซอสมะเขือนะ เสียรสชาติหมด เชฟปรุงมาดีเยี่ยมแล้ว

จานต่อไปก็ซีซาร์ สลัด ชีสขูดรัว ๆ เต็มจาน รสชาติน้ำสลัดประมาณอิตาลีแหละ เพราะมันอร่อยไปอีกแบบ ปกติผมชอบซีซาร์สลัดที่สุด แต่หลาย ๆ ที่กลิ่นชีสจะแรง แต่จานนี้ชีสหอมอร่อย เสียดายเบคอนน้อยไปหน่อย อยากได้เบคอนชิ้นใหญ่ ๆ หนา ๆ เกรียม ๆ หอม ๆ 

ส่วนผักย่างสุกีนี่ มะเขือม่วง พริกหวาน ราดซอสบัลซามิคอิตาเลี่ยนสไตล์นั้น ซอสบัลซามิค อร่อยมาก รสชาติซอส เปรี้ยว หอม หวาน ซ่า อิตาเลี่ยนสไตล์เป็นอย่างนี้นี่เอง ตอนแรกเดาว่าใส่น้ำผึ้งด้วย แต่เชฟแนนบอกว่าไม่ได้ใส่ เขินเลย ดีนะออกตัวก่อนว่าไม่รู้ ไม่งั้นคงโดนตัดลิ้นเสียบประจาน กินกับผักย่าง โดยเฉพาะมะเขือม่วงชอบมากกกกกก อร่อยจนอยากเปลี่ยนที่เหลือเป็นมะเขือม่วงหมด แต่ไม่ทันละ หมดจานก่อน ผักย่างได้หอมควันมากกกก อยากสั่งอีก

เมนูต่อมาเป็นปลาหมึกทอดสไปซี่ โรยพริกแห้ง กระเทียมกรอบ ที่ทำให้ผมจะลืมคาลามารี (Calamari) แบบเดิม ๆ ไปเลย มันช่าง กรอบ อร่อย เคี้ยวหนึบหนับ รสชาติเผ็ดร้อนได้ที่ เอาช้อนตักเอากระเทียมกรอบกับพริกแห้งตามขึ้นมากินด้วย ถึงกับได้พักลิ้นเป็นจังหวะ ๆ พริกแห้งมันเผ็ดร้อนซึม ๆ ออกมา ถ้าได้เผ็ดแล้ว เผ็ดยาว น้ำลายเหนียวเลยหละ

ตบท้ายด้วยมันอบชีส เบคอนกรอบ มันฝรั่งหั่นเป็นแว่น ๆ ไม่ให้ขาดจากกัน แล้วสอดไส้ชีส จนแน่น อบออกมาร้อน ๆ ไม่ต้องชิมก็รู้รสชาติ ขนาดผ่านมาแล้ว 6 เมนู เมนูนี้ยังทำความเร็วในการกินไม่มีตกเลย คิดดู... มันบดเนื้อซุย ๆ หอม ๆ ชีสเยอะ ๆ แต่ตอนกิน แอบคิดถึงผักโขมอบชีสนะ เพราะการกินมันฝรั่งตบท้าย มันอิ่มมากเกินจะรับ 5555

ผ่านไป 7 เมนู อิ่มมาก... แต่กระเพาะของหวานยังใส่ได้อยู่ ก่อนของหวานจะมาเสริฟ ก็ได้เวลา พี่ดา บาริสต้า แสดงฝีมือแล้ว ช่วงหลัง ๆ ผมมาทางกาแฟดริป เลยขอให้พี่ดาทำกาแฟดริปให้สักเมนู โดยให้พี่เขาเลือกเมล็ดให้เลย แล้วก็ไม่ผิดหวัง พี่ดาเลือก Tanzania ซึ่งผมเพิ่งเคยชิมเป้นครั้งแรก ชอบเลย บอดี้มาเต็ม ๆ ชิมเข้าปาก มีความสว่าง รสชาติสดชื่นมาก กลิ่นรสเปิดโล่งให้สมดุลดี มีรสฟรุตตี้ออกปลาย ๆ หอม ๆ อบอวลเต็มปากเต็มคอ เหมาะกับการดริปเป็นอย่างมาก เข้ากันได้ดีกับทีรามิสุและสโคน 

ทีรามิสุ อร่อยสมราคาคุย เนื้อทีรามิสุ บางเบา นุ่มนวล หอมกาแฟมาก เชื่อไหมครับ ผมสั่งกาแฟดริป 2 แก้ว กินกับทีรามิสุ 2 ที่ กับสโคน 1 ที่ ถึงตอนนี้เหลือพื้นที่กระเพาะอีกนิดเดียวจริง ๆ ขอสั่งกาแฟเย็นล้างปากอีกที ใช้ Tanzania นี่แหละ ที่ว่างของกระเพาะมีแค่พอใส่ เอสเพรสโซ่ แต่ไม่อยากได้กาแฟร้อนแล้ว ขอเย็น ๆ มั่ง แต่ถ้าขืนสั่งเอสเปรสโซ่เย็น กับบาริสต้ามากประสบการณ์ไป คงถูกมองหน้า แล้วบอกว่า... เอสเพรสโซ่เย็นไม่มีในโลก ยกเว้นเมืองไทย เลยสั่ง Espresso Shakerato เมนูที่กลั่นช๊อตเอสเพรสโซ่ออกมา แล้วมาช็อคด้วยน้ำแข็งในเชคเกอร์ เติมไซรัปนิด แล้วเขย่า ๆ ๆ ๆ เสริฟในแก้วน่ารัก ๆ เมนูนี้ฟินมาก ลองสั่งกันดูนะครับ เป็นเมนูเย็นที่คอกาแฟเข้ม ๆ ชอบแน่นอน

มาถึงตอนนี้ถ้าลืมบอกว่าร้านอยู่ตรงไหน คงมีเคือง... พิกัดร้านถ้ามาจากวิภาวดีรังสิต เลี้ยวซ้ายมาทางวัดเสมียนนารี ผ่านตลาด บองมาเช่ ด้านซ้ายมือปุ๊ป เห็นไฟแดง เลี้ยวซ้ายตรงไฟแดง เข้าถนนเทศบาลนิมิตใต้ แล้วมองหา ซอย 13 ด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปได้เลยครับ

อย่าลืมนะครับ ร้านเปิดแค่วันเสาร์กับอาทิตย์ เวลา 11:00 – 22:00 น. โทร: 095 519 0669
Facebook: PaN Bake & Bistro 
พิกัด: https://g.page/PanBakeAndBistro?share
 

เรื่องโดย อัครวุฒิ งามเกษมทรัพย์

กลับสู่หน้าหลัก