เรื่องน่าอ่าน

Good Health

Young Fit 8 : ฟิตแบบพอดี พอเพียง เพียงพอ

วันนี้ผมจะมาเปิดเผยงานวิจัยชิ้นล่าสุด สด ๆ ร้อน ๆ ของมหาวิทยาลัย Yale and Oxford University เกี่ยวกับ ความสำคัญของการออกกำลังกายที่มีผลต่อสุขภาพทางใจ และให้คุณค่ามากกว่าฐานะทางการเงินมากมาย 

อย่าเสียเวลามัวแต่หาเงิน หาได้มากมาย แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ เพื่อนก็ไม่มี ลองออกไปเล่นกีฬา ไปตีแบด ไปเตะฟุตบอล แล้วคุณจะได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นแน่นอน แถมได้เพื่อนดีที่ชวนคุณไปในทิศทางที่ดี ไม่หลงทาง    เซซัดไปซดเหล้าเคล้าพริ้ตตี้สายเอ็นฯ แก๊งแบบนั้น แนะนำให้ออกห่าง เพราะยิ่งดื่มยิ่งตายเร็ว เข้าใจตรงกันนะ...ที่พูดแบบนี้เพราะ พวกหาเงินเก่งเนี่ยหาเวลาไปออกกำลังกายไม่ได้ ชอบอ้างว่าไม่มีเวลา แต่พอชวนไปปาร์ตี้ ไปได้ ๆ เค้าว่างตลอด เฮ้อ!

ใช่ครับ การออกกำลังกายต้องพอดี อย่างเราคนธรรมดา ๆ อายุก็ไม่ใช่น้อย จะเข้ายิมเช้าเย็น วิ่งสองมื้อ มื้อละสองชั่วโมงทุกวัน ไม่มีพัก จัดหนักทุกครั้ง โชว์เหนือ แสดงพลังของเราออกมาให้ทุกคนรู้ รีดพลังงานออกเกินลิมิตแบบนี้ ผมเห็นตายคาสนามมาก็เยอะ คำว่า “พอดี” ต้องอาศัยการสังเกตความอึดของร่างกาย และต้องรู้ว่าตอนนี้เราเจ็บป่วยอะไรไหม มีโรคประจำตัวหรือเปล่า ร่างกายไหวไหม การเต้นของหัวใจ รู้สึกหอบตัวโยน ทุกครั้งที่ออกกำลังกาย หน้ามืดวิงเวียนหรือเปล่า สัญญาณเตือนแบบนี้ไม่ดีแน่ อย่าหักโหม เวลาออกกำลังกายที่พอดี คือ ทำมันวันเว้นวัน หรือสามครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละสามสิบนาที งานวิจัยข้างต้นก็บอกว่าเป็นเวลาที่พอดี ๆ ใช้ร่างกายอย่างพอดี ๆ ทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย เขาสำรวจจากคนเป็นเรือนแสนเชียวครับ ผลออกมาแบบนี้ น่าเชื่อถือจริง ๆ

เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ...
จากการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายช่วยให้เกิดความสุขทางจิตใจที่ดีขึ้น เมื่ออยู่ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยการออกกำลังกายสามถึงห้าครั้งในแต่ละช่วงเวลา ระหว่าง 30 ถึง 60 นาทีต่อสัปดาห์ เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า หากการออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสังคม เช่น การเล่นเป็นทีม หรือไปเป็นกลุ่มเป็นชมรม ไปกับเพื่อน ๆ จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตมากขึ้น สังเกตดูสิ เวลาไปวิ่ง เรามักจะได้เพื่อนใหม่ที่รัก พบเพื่อนเก่าที่จาก การวิ่ง นำพาและเป็นแม่เหล็กดึงดูดเขาเหล่านั้นเข้าหาตัวเรา เช่น แนะนำงานวิ่งดี ๆ ให้เรา สอนเทคนิคการวิ่ง แถมพาไปเลี้ยงกาแฟอร่อย ๆ อีก ส่วนเพื่อนเก่าที่มาวิ่งด้วยกัน เรามักจะมีเรื่องเล่าในวัยเรียน แลกเปลี่ยนสนทนาไปในระหว่างย่างก้าวเสมอ  คุ้มเกินคุ้ม สุข คูณสาม

ในทางกลับกัน...การออกกำลังกายมากเกินไปอาจมีผลตรงกันข้าม สุขภาพจิตของผู้ที่ออกกำลังกายนานกว่าสามชั่วโมงต่อวัน ได้รับความทุกข์ทรมานมากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายแบบพอดี ไม่ใช่แค่ทุกข์ เมื่อไหร่เกินพอดี จะล้นจนกระฉอกเสมอ มันนำพาให้ร่างกายบาดเจ็บ แรก ๆร่างกายทนได้ ออกกำลังกายทุกวัน ยิ่งนาน ยิ่งรู้สึกว่าเก่ง ร่างกายจะสุขแต่ไม่สด มันเล่นเกมส์ศรีทนได้ เล่นสักระยะ สุขแบบปลอม ๆ สุดท้ายร่างกายพัง มีแนวโน้มจะเสียชีวิตเร็วกว่าผู้ที่ออกกำลังกายแบบพอดี 

พอดี พอเพียง ก็เพียงพอ...
ใช้หลักการนี้ กินให้… “เพียงพอ” เพื่อที่จะออกกำลังกายแบบ…“พอเพียง” ถ้ากินอาหารน้อยแต่ไปออกกำลังกายแบบหนักมาก มันจะไปเอาพลังงานมาจากไหน เช่นเดียวกัน หากกินสะบั้น อัดข้าวขาหมูมาสามจาน มาเดินแค่ห้านาที มันก็ไม่พอเพียง กับการออกกำลังกายแค่ห้านาที คำนวณให้ดีว่าเราจะวิ่งสักสามสิบนาที ควรทานอาหารมาก่อนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง จะกินอะไรที่ให้พลังงานแบบพอเพียง ในการออกกำลังกายบ้าง เช่น การออกไปวิ่ง คุณควรมีคาร์โบไฮเดรตเป็นพื้นพลังงาน ทานขนมปังสักสองแผ่นก็พอ มีโปรตีน มีไขมันบ้าง ไม่เยอะเกินไปเพราะมันแค่สามสิบนาทีเอง หลักการง่าย ๆ แต่ต้องเอาไปใช้ “กิน เล่น และใช้เวลาออกกำลังกายอย่างพอดี-พอเพียง-เพียงพอ”

 

เรื่องโดย พงศ์ศักดิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

กลับสู่หน้าหลัก