Articles

Good Health

BigSmile World

มองหานักเขียนจากทางบ้าน เพื่อแชร์เรื่องสั้นตามความถนัด

ติดต่อเพื่อส่งเรื่องของคุณ และพูดคุยกับทีมงาน

เบาหวานบ้านทุ่ง EP 2 : ข่า...คุณค่าที่ควรคู่ครัว

เมื่อชีวิตเดินทางถึงหลัก 5 เบาหวานก็เข้ามา add friend ขอเป็นเพื่อนสนิทชนิดไม่มีทาง unfriend นางได้ ชีวิตที่เหลือจึงตัดสินใจชวนนางให้อยู่กับเราอย่างเข้าอกเข้าใจ ตามตำราสามก๊กที่ให้เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว มองเห็นได้ทุกระยะ คนอยู่บ้านทุ่งชายเขาไกลหมอ แต่ใกล้ชิดธรรมชาติ จึงต้องเรียนรู้ ปรับตัว เอาธรรมชาติเป็นที่พึ่ง ทั้งเรื่องกินเรื่องอยู่ เพื่อให้นางหวานเธอสบายใจ ไม่แผลงฤทธิ์

“ข่า” คุณค่าที่ควรคู่ครัว
ใครเคยเป็นเกลื้อนบ้าง ยกมือที!!
โอเค เอามือลง...

อันที่จริง เมนูครั้งนี้จะชวนกินข่า แต่พาไถลเรื่องกิน มาเรื่องกลากเกลื้อนก่อน เพราะตอนจะเขียน เหลือบไปเห็นเด็กน้อยเป็นเกลื้อน ไม่คิดเลยว่าเด็กยุคนี้ยังเป็นเกลื้อนกันอีก นึกว่าเกลื้อนเป็นโรคโบราณบานบุรีแล้วซะอีก

คนยุคนี้ไม่ค่อยรู้จักกลาก เกลื้อน สังคมเปลี่ยนไปเป็นการอยู่แบบเมือง ไม่ได้คลุกคลีกับดินกับทรายแบบเมื่อก่อน (และก็ไม่ได้แปลว่าคนยุคนี้สะอาดกว่าคนยุคก่อน)

กลาก เกลื้อน เกิดจากเชื้อรา ไม่เคยได้ยินว่าคนเมืองหนาวเขาเป็นกัน แต่คนที่อยู่ทรอปิคอลโซนแบบเรามักคุ้นกันดี โดยเฉพาะคนรุ่น 50 ขึ้นไป รับรองว่าเคยประทับรอยขาวๆ ที่ชอบขึ้นกลางหลัง แถวๆ บ่า บางคนก็ขึ้นศีรษะเล่นเอาผมแหว่งเป็นวง (คนโบราณมีคำพูดว่า ระวังกลากกินกบาล คงเพราะเหตุนี้) ทาสหมา บ่าวแมวก็มีความเสี่ยงเป็นกลาก เพราะกลากเกิดจากเชื้อราที่อยู่ตามดิน กิ่งไม้ ใบไม้ผุ และตามขนสัตว์เลี้ยงทั้งหมา-แมว เหมือนกับโรคเริม ทุกวันนี้สาวๆ ออฟฟิศก็ยังเป็นเริมที่ริมฝีปากกันอยู่ เพราะเริมเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ชอบโจมตีเมื่อร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่พอ

โรคกลากเกลื้อนถ้ารักษาไม่ถูกต้อง รับรองไม่หายขาด ถ้าลูกหลานเป็นกลากเกลื้อน ลองตำรับยาของคนโบราณที่ได้ผลชะงัด ใช้ “ข่า” (Galanga) นี่แหละ ลองเลือกวิธีการตามถนัด

- ใช้เหง้าข่าแก่ โขลกกับเหล้าโรง หรือน้ำส้มสายชู หรือเหง้าสดตำ แช่เหล้าขาว แล้วทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อ วันละ 2-3 ครั้ง ประมาณ 4-5 วันก็หาย

- ใช้เหง้าข่าแก่ ปอกเปลือก จุ่มเหล้าแล้วทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน ทาแรงๆ วันละ 2-3 ครั้ง ประมาณ 4-5 วัน   ก็หาย

- ใช้เหง้าข่าแก่ ฝานเป็นแว่นบางๆ หรือทุบให้แตก แช่เหล้าขาวทิ้งไว้ 1 คืน ทำความสะอาดบริเวณที่ป็นเกลื้อน (ขัดผิวจนหนังเป็นสีแดง ออกอาการแสบเล็กน้อย) เสร็จแล้วก็เอาข่าที่แช่มาทา ทาเช้า-เย็น หลังอาบน้ำ ประมาณสองสัปดาห์จะหาย

(อ้างอิงจาก http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/alpinia.html)

สรรพคุณทางยาของข่าอยู่ที่เหง้า ต้องหนักไปทางเหง้าแก่ แต่ไม่ใช่แก่มาก ถ้าเป็นคนก็สัก 40-50 ปีกำลังมีพลัง เหง้าประเภทวัยรุ่นยังไม่ออกฤทธิ์ออกเดช แก่เกินไปก็หมดฤทธิ์หมดเดช ธรรมชาติก็เป็นอย่างนั้นเอง

เช่นเดียวกับการทำอาหาร ยังค้นไม่พบว่าข่าเป็นพืชนำเข้าหรือเป็นพืชท้องถิ่น แต่ข่าก็อยู่ในลิสต์ของกลุ่มเครื่องเทศในยุคโบราณ (กลุ่มเครื่องเทศยุคโบราณ ได้แก่ กำยาน อบเชย กระวาน  ขี้เหล็ก ขิง ขมิ้น เป็นต้น) พ่อค้าอินเดียแล่นสำเภามาซื้อเครื่องเทศในคาบสมุทรมลายู ตั้งแต่ยุคลังกาสุกาะและศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 7) เราพบการบริโภคข่ามาเนิ่นนานในอุษาเคนย์ ในอินเดีย และจีนตอนใต้ เคยเห็นคนเมียนม่าร์และบังคลาเทศ กินหมากที่ใส่ข่าอบแห้งในคำด้วย ลองขอชิมก็รู้สึกหอม ซ่าลิ้นดี

 

ข่ามีสองอย่าง เหง้าสีขาวกับสีเหลือง เป็นพืชสมุนไพรที่ดีทั้งคู่ แต่คนส่วนใหญ่คุ้นกับข่าสีขา ข่าสีเหลืองเป็นที่นิยมทางใต้ เพราะมักใช้ทำเครื่องแกง กลิ่นและรสชาติแรงกว่าข่าสีขาว

เราคุ้นกับการใช้เหง้าทำอาหาร ทุบใส่แกงดับคาวเนื้อสัตว์ ทำให้น้ำแกงหอมชวนกิน แต่เมนูที่จะชวนกินข้าวประสาคนบ้านทุ่ง ใช้ต้นข่าอ่อนมาทำกับข้าวแสนง่าย...ไข่เจียวข่าอ่อน ฝนตกอย่างนี้ข่าแตกยอดกำลังงาม ดึงต้นอ่อนๆ เหง้าเก็บไว้แกง เอาแต่ต้นมาซอยกับเเครื่องปรุงตามรูป น้ำมันไม่ต้องมาก ไฟปานกลาง ให้เครื่องปรุงสุกทั่วกัน เราไม่เจียวด้วยน้ำมันท่วม ไฟแรง แบบไข่ฟู

เมนูนี้ช่วยบำรุงธาตุไฟ เหมาะกับหน้าฝนที่อากาศหนาวๆ ชื้นๆ

ปัญหาคือคนอยู่กรุงเทพฯ คงจะหาต้นข่าอ่อนลำบาก ไปตลาดก็ได้แต่เหง้าข่าเอามาแกงบ้าง ทำน้ำพริกบ้าง แต่ต้นข่าอ่อนมันต้องเดินตลาดบ้านนอก

วิธีแก้...ปลูกเองเลยค่า! เลือกเหง้าที่ค่อนข้างแก่สักอัน ตัดตรงที่มีตา ฝังดินในกระถาง รอสักครึ่งปีรับรองได้ข่ากินแบบไม่ต้องหาซื้ออีกเลย อยู่บ้าน-อยู่ตึกก็ปลูกข่ากินเองได้ ถ้า “ตั้งใจ” จริงซะอย่าง

เล่ากันว่า พระนางมารี อ็องตัวแน็ต (ค.ศ.1774 - ค.ศ.1791) พระราชชินีแห่งฝรั่งเศส แม้จะมีชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยสุดๆ ในพระราชวังแวร์ซายน์ ก็ยังมีช่วงเวลาที่ปลีกวิเวกไปปลูกผักสวนครัว อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมการเพาะปลูกอยู่ในดีเอ็นเอของมนุษย์มานานนับหมื่นปีแล้ว

ความรู้สึกที่ได้กินผักที่ปลูกเองกับมือนั้น...สวรรค์ที่สุดเลย :)

 

เรื่องโดย ซิ้มหมี

กลับสู่หน้าหลัก