Articles

Good Health

BigSmile World

มองหานักเขียนจากทางบ้าน เพื่อแชร์เรื่องสั้นตามความถนัด

ติดต่อเพื่อส่งเรื่องของคุณ และพูดคุยกับทีมงาน

บริหารสมอง... ด้วยของขบเคี้ยว

รู้หรือไม่ว่า... ฟันมีความสัมพันธ์กับสมองอย่างมาก การบดเคี้ยวช่วยกระตุ้นสมองให้แจ่มใส และการสูญเสียฟัน อาจทำให้สมองเสื่อมได้ ด้วยเหตุนี้ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอม จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมได้มากกว่าผู้สูงอายุที่สุขภาพฟันยังดีอยู่

การเคี้ยวอาหารนั้นเกี่ยวพันกับสมรรถนะของสมองอย่างแนบแน่น เมื่อเราเคี้ยวอาหาร การบดเคี้ยวจะส่งสัญญาณไปสู่สมอง เพื่อกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายและต่อมใต้หูหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน และฮิสตามีนออกมา ทำให้เรารู้สึกอิ่ม และช่วยเผาผลาญไขมันในช่องท้อง ขณะเดียวกัน การขบเคี้ยวก็ช่วยกระตุ้นสมองใหญ่ ทำให้สมองใหญ่กระฉับกระเฉง มีสมาธิ และสามารถคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้น ดังนั้นเวลาทานอาหาร เราจึงควรทานอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ ละเมียดละไมบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด โดยในการกินอาหารหนึ่งคำนั้น เราควรเคี้ยวประมาณ 3-12 ครั้ง

นอกจากจะช่วยบริหารเหงือก ขากรรไกร และสมองแล้ว... การขบเคี้ยวยังทำให้ฟันแข็งแรง น้ำลายที่หลั่งออกมาในระหว่างการเคี้ยวอาหารจะช่วยทำความสะอาดฟัน ลดการสะสมของคราบหินปูน ช่วยให้ฟันผุน้อยลง ดังนั้น... เราจึงต้องหมั่นดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดี สมองจะได้แจ่มใส ไม่ทรุดโทรมก่อนวัยอันควร และถ้ารู้จักเลือกขบเคี้ยวอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะได้ทั้งสุขภาพกายและใจที่ดี มีสมองที่สดชื่นสดใสได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปพึ่งอาหารเสริมหรืออาหารบำรุงอะไรให้สิ้นเปลืองเลย

โดยสุดยอดของขบเคี้ยวที่ Big Smile อยากแนะนำให้คุณ ๆ มีไว้ติดบ้าน หรือหาซื้อเป็นของขวัญของฝาก ได้แก่:

  1. หมากฝรั่ง: การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยนอกจากจะช่วยกระตุ้นสมองแล้ว ยังช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ทำให้สมองแจ่มใส ลดความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยขัดให้ฟันขาวสะอาดขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้... ขอแนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งแบบชูการ์ฟรีจะดีที่สุด
  2. วอลนัต: หรือมันฮ่อนั้น นอกจากจะมีหน้าตาเหมือนสมองย่อส่วนแล้ว มันยังเป็นอาหารบำรุงสมองชั้นยอดอีกด้วย เพราะวอลนัตมีโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายในทุกระบบ รวมถึงความเสื่อมของสมองด้วย
  3. แอปเปิล: แอปเปิลเป็นสุดยอดผลไม้ที่มีสรรพคุณมากมาย เพราะมีแคลอรีต่ำ กากใยสูง อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกาย การกินแอปเปิลเป็นประจำ จะช่วยให้เซลล์ประสาทสมองทำงานได้ดี เพราะในแอปเปิลมีสารเควอซิทิน (quercetin) ที่ช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและการติดเชื้อของเซลล์ประสาท อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์สมองตาย การกินแอปเปิลวันละ 2-3 ผล จะช่วยเสริมความจำและป้องกันภาวะสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระในแอปเปิลจะไปช่วยเพิ่มปริมาณของสารสื่อประสาทอะซีทิลโคลีนที่ช่วยกระตุ้นความทรงจำ เพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพการเรียนรู้ อีกทั้งยังช่วยชะลอความเสื่อมของสมองอันเนื่องมาจากอายุที่มากขึ้นอีกด้วย
  4. เมล็ดทานตะวัน: เมล็ดทานตะวันแค่หนึ่งกำมือ ก็มีวิตามินอีในปริมาณที่เราควรได้รับต่อวันแล้ว อีกทั้งยังมีเลซิติน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของสมอง มีโอเมกา วิตามินบี 6 วิตามินบี 5 สังกะสี และสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม อัลไซเมอร์และ พาร์กินสัน
  5. ลูกเดือย: ลูกเดือยจัดเป็นอีกหนึ่ง super food ที่ไม่ควรมองข้าม แต่โบราณมา… ลูกเดือยถูกใช้เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 (มีปริมาณสูงมาก) วิตามินบี 2 วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่สูงกว่าความต้องตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก เช่น กรดกลูตามิก ลิวซีน อะลานีน โปรลีน วาลีน ฟินิลอะลานีน ไอโซลิวซีน อาร์จีนีน เป็นต้น และยังมีกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ไม่อิ่มตัว อย่างเช่น กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิก และกรดไขมันชนิดอิ่มตัว อย่างเช่น ปาลมิติกและสเตียริก อีกด้วย ลูกเดือยจึงเป็นของขบเคี้ยวที่เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณต่าง ๆ มากมาย อาทิช่วยบำรุงสมอง ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคเหน็บชา และอื่น ๆ อีกมากมายสาธยายกันไม่หมดเลยทีเดียว

  1. ดาร์คช็อคโกแลต: ช็อคโกแลตจัดเป็น “อาหารแห่งความสุข” เพราะ คาเฟอีน (caffeine) และ สารธีโอโบรมีน (theobromine) ในช็อคโกแลต ไปกระตุ้นให้สมองหลั่งเอ็นโดรฟิน (endorphin) ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เราจึงรู้สึกมีความสุขและอารมณ์ดี ส่วนดาร์คช็อคโกแลตนั้น มีส่วนผสมของโกโก้ในปริมาณสูง ทำให้มีฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ที่ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มพลังงาน และช่วยคลายความเหนื่อยล้า แต่ก็ไม่ควรกินเยอะจนเกินไปนะคะ หากจะกินเพื่อบำรุงกินวันละ 2-3 ชิ้นเล็ก ๆ ก็พอ
  2. มะเขือเทศ: นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ บี และซีที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ และดีต่อผิวพรรณแล้ว มะเขือเทศยังมีวิตามินอีที่สามารถช่วยชะลอการสูญเสียความทรงจำของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม และไลโคปีนที่ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ดังนั้นมะเขือเทศจึงเป็นอาหารสมองชั้นเยี่ยมที่อร่อยและหากินได้ง่าย ราคาไม่แพง
  3. เม็ดบัวสด: เม็ดบัวสด อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์ และมีเกลือแร่ ฟอสฟอรัส นอกจากนี้ตัวเม็ดบัวยังมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสมอง บำรุงประสาท บำรุงไต ช่วยรักษาอาการท้องร่วง บิดเรื้อรัง และช่วย บำรุงเลือดอีกด้วย
  4. กล้วย: รู้หรือไม่ว่า กล้วยนั้นมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากกว่าแอปเปิลถึง 2 เท่า โดยมีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่าเลยทีเดียว กล้วยจึงเหมาะเป็นอย่างมากที่จะกินเป็นอาหารเพิ่มพลังในตอนเช้า เพราะน้ำตาลและสารให้กำลังงานในกล้วยจะช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมอง อีกทั้งยังมีสารที่ช่วยทำให้เกิดสมาธิและมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังทำให้อารมณ์ดี หากคุณมักมีอาการหงุดหงิดในยามเช้า การกินกล้วยสัก 1-2 หวี ช่วยให้ยามเช้าของคุณสดใสขึ้นได้นะคะ
  5. มะเดื่อฝรั่ง: มะเดื่อฝรั่ง หรือลูกฟิก (fig) นั้น เป็นพืชชนิดเดียวกับต้นโพธิ์ ต้นไทร เป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดที่มีหลักฐานบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิล มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันตกและเมดิเตอร์เรเนียน โดยในบ้านเราได้มีการนำมะเดื่อฝรั่งมาปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวไทยภูเขา มะเดื่อฝรั่งมีรสหวาน เนื้อนุ่ม แต่เน่าเสียได้ง่าย จึงมักถูกนำมาอบหรือตากแห้งเก็บไว้ เป็นผลไม้ที่สามารถหากินได้ตลอดทั้งปี โดยจัดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางสารอาหารมากมาย เช่น ธาตุเหล็กและโฟเลต ป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยบำรุงเลือด พร้อมกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น มีแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส สามารถช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงมีสุขภาพดี ป้องกันอาการโรคกระดูกพรุน ที่สำคัญคือ ช่วยทำให้ความทรงจำดี บำรุงสมองและระบบประสาท หากกินเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ลงได้

รู้อย่างนี้แล้ว... ปีใหม่หรือในเทศกาลต่าง ๆ แทนที่จะให้กระเช้าซุปไก่สกัด รังนก หรืออาหารเสริม ลองเปลี่ยนแนวมาจัดกระเช้าของขบเคี้ยวรวมอาหารสมองแสนอร่อยให้กับคนที่คุณรัก ก็น่าจะถูกปากถูกใจคนรับได้ไม่น้อยเลย

 

เรื่องโดย ระริน

กลับสู่หน้าหลัก